วิทยุออนไลน์ แก้ว สาริกา http://www.khewsarikaa.com

 















 

 













































55555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านวันนี้ผมได้นำกระดาษแผ่นหนึ่งมา อ่านแล้วผมก็นำมาเขียนให้ท่านได้ อ่านกัน จะจริงเท็จประการใดผมไม่คาดคะเนได้ แต่ผมเห็นว่าเน้นไปตรงที่ให้คนทำดีถือศิล เป็นคนดีและอุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายและมีอีกหลายอย่าง ขอให้ท่านอ่านโดยใช้วิจารณญานในการอ่านว่าควรจะเชื่อดีไหม ถ้าท่านไม่เชื่อก็นึกว่าอ่านประดับความรู้นะครับ                 จาก แก้วสาริกา

 หนังสือพุทธทำนายข้อความจาก ปู่ฤาษีมณีรัตน์ค้นพบ*หนังสืออินดก-เทพทำนาย*โดยย่อ หนังสือใบลานได้ถูกตกมาในวัดแห่งหนึ่งในจังหวัด อัตตะบือ(ประเทศลาว ซึ่งจะบังเกิดขึ้นตามพุทธทำนายไว้ดังนี้ โลชังชม โทโพโส อินโตกรุณา พระอินทร์ พรหม ยมราช ได้สั่งไว้ว่า ถ้าบุคคลใดได้รู้ จงรีบบอกให้คนอื่นฟังหรือพิมพ์แจกกำลังศรัทธา จะเกิดมหากุศลช่วยคนให้หลุดพ้นจากมหันตภัยทั้งปวง ในปีจอถึงปีกุล เมื่อเดือนหงายจะมีงูพิษอยู่บนศรีษะฉกกัดให้ถึงตาย และมีผู้คนทั้งหลายจะเกิดความเดือดร้อน หลายประการ

 ทุกข์ยากฮ้อน   ย้อนศึกสงครามบ่แล้ว  ทุกข์ยากฮ้อน   ย้อนน้ำและไฟ

ทุกข์ยากฮ้อน   ย้อนบ่มีไผสิเบิ่งไผ              ทุกข์ยากฮ้อน   ย้อนอึดข้าวปลาอาหาร

ทุกข์ยากฮ้อน   ย้อนผัว- บ่เห็นหน้ากัน       ทุกข์ยากฮ้อน   ย้อนมีคนตายตามทุ่งนา

ทุกข์ยากฮ้อน   ย้อนมีผู้เฒ่า                   ทุกข์ยากฮ้อน   ย้อนไปต่างประเทศบ่สดวก

ทุกข์ยากฮ้อน   ย้อนนอนบ่หลับ

 ในปีจอในมืองกรุงเทพฯ จะแตกพังทลายในตอนไก่ขัน พระแก้วมรกต หัวเชียงเมี่ยงข้าวเม็ดใหญ่จะสู่เวียงจันทร์นี่คือ พระคาถาขององค์อินทร์ พรหม ยมราช ได้เขียนไว้ในใบลาน จงเก็บรักษาไว้ให้ดี จะได้หลุดพ้นจากภัยพิบัติตอนเกิดเหตุการณ์มหันตภัย

พระคาถาเขียนไว้ว่า

  ปะโต เมตัง ประระชีมินัง สุคะโต จุติ จิตตะ เมตตะ นินะมัง สุคะโตจุติพระคาถาบทนี้เขียนลงใบลาน แผ่นทอง หรือแผ่นผ้าก้ดีติดไว้ที่ประตูบ้าน-ในรถหรือโพกศรีษะ เมื่อเกิดเหตุจะช่วยให้พ้นจากภัยอันตราย ในการเวลานี้เทพเจ้าเหล่าเทวดาผู้รักษาคุ้มครองโลกได้กราบทูลพระอินทร์ว่ามนุษย์โลกทำบุญเพียงสามส่วน และทำบาปเจ็ดส่วน เมื่อเป็นเช่นนี้พระอินทร์จึงลงโทษมนุษย์ถึงเก้าข้อ นับตั้งแต่ปีจอ ถึงปีกุล ดังต่อไปนี้

    1.จะเกิดพายุแรง แผ่นดินไหว             6.จะเกิดร้อนเกินไป หนาวเกินไป

    2.จะเกิดอัคคีภัย                               7.จะเกิดสาระพัดพิษต่างๆ

    3.จะเกิดอุทุกภัย                               8.จะเกิดกาฬโรค ต่างๆ

    4.จะเกิดการอาฆาตฆ่าฟัน                   9.จะเกิดข้าวยากหมากแพง

    9.จะเกิดฟ้าผ่า

 มหันตภัย เก้าอย่างนี้ จะหลุดพ้นได้เฉพาะผู้มีบุญตนที่ปฏิบัติตามคำสั่งสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นรู้แล้วจงบอกต่อๆกันไปทำดีกันมากๆ ถ้าเลยปีจอ ปีกุลไปแล้ว ทุกคนจะได้รับความสุขกายสุขใจให้ทุกคนเคร่งครัดในศิล ห้า พระผู้ทรงศิลกล่าวถึงหนังสืออินทร์ตก ถ้าท่านใดเคารพหรือบูชาหรือบอกแก่ผู้อื่นหรือพิมพ์แจกจ่ายให้สาธุชนทั้งหลาย ได้รับรู้แล้วท่านปรารถนาสิ่งใดจะได้สมใจนึกจะปราศจากภัยพิบัติทั้งปวงตลอดไป ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

พระพุทธเจ้าทำนาย

 ออกจากศิลาจารึกในมหาวิหารเจตมาหเชตะวัน ณ สวนมฤคทายวัน ประเทศอินเดีย โดยคณะทูตไทยที่ไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ

เมื่อพ.ศ. 2485 ตามคำแปลภาษาไทยดังนี้ สาธุ อะระหัง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระเมตตากรุณาสรรพสัตว์ทั่วโลก เมื่ออาตมาเข้านิพพานไปแล้วครบห้าพันปี โลกมนุษย์จะหมุนใกลถึงจำนวนที่ตภาคตทำนายไว้สองพันห้าร้อยปี มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัตืสิ่งที่มนุษย์ไม่เคยเห็นจะได้เห็นไม่เคยพบจะได้พบ  พ.ศ.2500 ยิ่งทวีกันใหญ่ขึ้นทุกทิวาราตรีมนุษย์นอกศาสนาจะรบราฆ่าฟันจนถึงเลือดนองเต็มพื้น บ้านใดได้บูชาพระโพธิสัตว์ร่มกาสวพัตร์ ก็จะรับภัยพิบัติเบาบางแต่หนีภัยธรรมชาติไม่พ้น ข้าวจะยากหมากจะแพง    ผู้ใดอยากพบผู้มีบุญ ชื่อพระยาธรรมิกราช(พระโพธิสัตว์ศรีอารยเมตตไตย) ให้ภาวนา ให้หมั่นรักษาศิลคอยดูปีมะเส็งตลิ่งจะพังมหาสมุทรจะชอกช้ำอย่าเที่ยวไปกลางแจ้ง ท่านเข้ามาปีกุล เดือน แปด เป็นเที่ยงแท้ ผู้ใดไม่เชื่อจะรับอันตรายคอยดูในปีจอคนจะพ้นภัย สะโรนะ กาโททายะโม พุทธะตะยะ ภาวนาทุกเช้าค่ำผู้นั้นจะมีอายุยืนจะได้เห็นพระธรรมิกราช                                                     คำเตือน

           โลกมนุษย์กำลังจะเข้าสู่กาลียุค จะทำให้เกิดภัยธรรมชาติ จากดิน น้ำ ลม ไฟ จะเกิดมหาสงคราม มนุษย์จะตายไปกว่าครึ่ง สำหรับประเทศไทยจะเริ่มเกิด พ.ศ. 2550 จะได้รับภัยทางน้ำแล้วไฟ เฉพาะจังหวัดที่ติดชายทะเลและกรุงเทพฯ แผ่นดินจะยุบตัว คลื่นน้ำจะพัดเข้าถล่มความสูง 200 เมตร มนุษย์จะล้มตายมากกว่าครึ่งน้ำจะเข้าช่องแคบสระบุรี และด้านล่างของโคราชบางส่วนภัยพิบัติจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ  ปีมะโรง พ.ศ. 2555 ปีมะเส็ง 2556 ปีระกา 2560 ปีจอ 2561 ปีกุล 2562

 การใช้บุญสร้างความสำเร็จในปัจจุบัน คนทำบุญชอบบ่นว่าทำบุญไม่เห็นได้ดีสักที ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาไม่เคยให้บุญแก่เทวดารักษาตัวเองไม่เคยให้เจ้ากรรมนายเวรที่ตามอยู่ บางคนอ้างว่าทำบุญก็กรวดน้ำให้เทวดาและเจ้ากรรมนายเวรทุกครั้งก็ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง *เข้าใจว่าท่านไม่เป็นเค้าจึงไม่ได้รับ* เช่นให้ไม่เจาะจงหรือแสงบุญหมดแล้วจึงมากรวดน้ำให้เขจึงไม่ได้รับ   เมื่อให้ของแก่ใคร ไม่ว่าจะถวายของแก่พระสงฆ์ พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติ มิตร หรือให้อาหารสัตว์ย่อมเกิดแสงบุญขึ้นเป็นแสงเรืองรองแผ่ออกจากตัวผู้ที่กำลังให้ไม่กี่เสี้ยววินาที แสงนี้จะพุ่งหายขึ้นไปยังเบื้องบนแล้วสะสมเป็นกองบุญของผู้ให้อยู่บนเทวโลก ดังนั้นขณะให้ของแก่ใครจึงควรอธิษฐานจิต คิดทันทีว่า......*บุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษาตัวข้า*และ * บุญนี้จงเป็นของเจ้ากรรมนายเวรของข้า* หรือบุญนี้จงเป็นของเทวดา – ภูติ   –ผี –ปีศาจ- เปรต- ครุฑ- นาค- ยักษ์ ที่อาศัยอยู่ในเรือกสวนไร่นา หรือเคหะสถานบ้านเรือนของข้า หรือบุญนี้จงเป็นของเทวดาผู้รักษา บิดา มารดา บุตรของข้าเป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการแก้ไขในจุดไหน การอุทิศบุญไม่ต้องพูด ไม่ต้องกรวดน้ำ ให้ใช้ความคิด ต้องรีบคิดทันที อย่าชักช้าเพราะแสงบุญที่เกิดขึ้นจะดำรงอยู่ไม่กี่วินาที แล้วจะหายไปอยู่สวรรค์

    เช่นคนป่วยมะเร็งจุดไหน เมื่อส่งบุญให้คิดว่า “บุญนี้ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรที่ก่อให้เกิดเจ็บป่วย..พวกเชื้อมะเร็ง” เมื่อได้รับบุญแล้วขอให้มีชีวิตที่ดีขึ้นมีภพภูมิที่สูงขึ้น จงหลุดจากภาวะชั้นต่ำเดี้ยวนี้เมื่อเราหายแล้วเราจะทำให้พวกเจ้า ส่งชีวิตพวกเจ้าให้สูงขึ้นเรื่อยๆ พวกเจ้าจงเลิกจองเวรจองกรรม ในเรา ตั้งแต่บัดนี้เราจะอยู่ ในศิลธรรม เลิกฆ่าชีวิตสัตว์อื่น ขอส่งบุญจากการรักษาศิลแก่เจ้าด้วย ถ้าเป็นโรคอื่นๆก็ใช้วิธีอุทิศแบบเดียวกัน หรือสามีภรรยา คู่ครองตนเป็นที่น่าเบื่อทะเลาะกันอยากให้รักกันเลิกประพฤติชั่วเหลวไหล ก็ให้อุทิศผลบุญนั้น ให้แก่เทวดาผู้รักษาคู่ครองของตน ขอให้ท่านช่วยอบรมให้คู่ครองของเราประพฤติตนเป็นคนดี ในกรณี มีบุตรหลาน เหลวไหล ก็ให้ทำแบบเดียวกันกับที่ให้บุญแก่เทวดาที่รักษาคู่ครองของตนคาถาบริกรรม และปฏิบัติ เพื่อปลดหนี้ ต่อเจ้ากรรมนายเวรตั้งแต่อดีตชาติ 

 นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (สามจบ)                                                                                       ท่านเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายที่ข้าพเจ้า...ได้ติดหนี้ท่านทั้งเท่าใด เวลาใดตั้งแต่อดีตชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา ข้าพเจ้าขอปวรนาว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปข้าพเจ้าจะขอทยอยใช้หนี้คืนให้ทุกบาท ทุกสตางค์ จนกว่าจะหมด และขออโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าเพื่อความสุขความเจริญของข้าพเจ้าและครอบครัวด้วยเทอญ(นั่งบริกรรมโดยถือเหรียญ 1 บาทไว้เสร็จแล้วเอาเหรียญหยอดกระปุกไว้จนครบ4 เดือน แล้วเอาเหรียญทั้งหมดไปทำบุญทำทาน ห้ามนำซื้อของกลับมาใช้) ให้ท่านทำตอนเช้าก่อนที่จะใช้เงินต่างๆ ในทุกวันอย่าลืมปฏิบัติกันนะครับ

วิธีใช้หนี้พ่อแม่ 

วิธีใช้หนี้พ่อแม่ไม่ยากเลย จงสร้างความดีให้กับตัวเอง และหนี้ก็เป็นการใช้หนี้ตัวเอง ตัวเราพ่อให้หัวใจ แม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองอยู่ในตัวแล้วจะไปแสวงหาแม่ที่ไหน บางคนรัเกียจแม่ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียนยืดเยื้อกันต่อไปอีก 

  • พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก ไม่ต้องไปตามพระอรหันต์ที่ไหนหรอก เหลียวดูพ่อแม่ในบ้านบ้าง แล้วท่านจะรู้สึกว่า ได้ทำดีตั้งแต่วันนี้แล้ว 
  • อย่ายืนพูดกับพ่อแม่ อย่าบังอาจกับพ่อแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก ก่อนออกจากบ้านจึงต้องกราบพ่อแม่ 3 หนที่เท้า 
  • ท่านโปรดจำไว้ วันเกิดของลูก คือวันตายของแม่ เพราะวันที่ลูกเกิดนั้น แม่อาจต้องเสียชีวิต การออกศึกสงครามเป็นการเสี่ยงชีวิต สำหรับคนเป็นพ่อฉันใด การคลอดลูกก็เป็นการเสี่ยงตาย สำหรับคนเป็นแม่ฉันนั้น 
  • ถ้าวันเกิดเลี้ยงเหล้า จดไว้ได้เลย จะอายุสั้นจะบั่นทอนอายุให้สั้นลง น่าจะสวดมนต์ไหว้พระปฏิบัติธรรมให้พ่อ แม่ วันเกิดของเรา คือวันตายของแม่เรา ไปกราบพ่อกราบแม่ ขอพรพ่อแม่รับรองพ่อแม่ให้พรลูกรวยทุกคนไปเลี้ยงพ่อแม่ให้อิ่มค่อยไปเลี้ยงเพื่อน 
  • สอนเด็กว่าวันเกิดของเรา อย่าพาเพื่อนมาให้พ่อแม่ทำครัวเลี้ยงนะ เธอจะบาป ทำมาหากินไม่ขึ้น เธอต้องเลี้ยงพ่อแม่ให้อิ่มก่อนแล้วจึงไปเลี้ยงเพื่อนทีหลัง 
  • ใครที่แม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะทำบุญด้วยเจริญกรรมฐาน แล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ถือว่าได้บุญมากที่สุดทั้งฝ่ายผู้ให้และฝ่ายผู้รับ 
  • ผู้ใดก็ตามที่มีคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้กลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่าน ก็นำเทียนแพรไปกราบขออโหสิกรรม ล้างเท้าให้ท่านด้วยเป็นการขอขมาลาโทษ 
  • คนที่มีบุญวาสนา จะกตัญญูกับพ่อแม่ คนเถียงพ่อแม่เอาดีไม่ได้ คนไม่พูดกับพ่อแม่นั่งกรรมฐานร้อยปี ก็ไม่ได้อะไรเลย ถ้าไม่ขออโหสิกรรม 
  • พ่อแม่สมัยใหม่ ไม่มีเวลาใกล้ชิดลูกเวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันหมดไปกับการทำธุรกิจ หาทรัพย์สินเงินทอง มาปรนเปรอให้กับลูกหลาน หาวัตถุสิ่งของที่จะสนองความต้องการของลูก เพื่อความสุขความสบาย บ้างก็หาหนังให้ลูกดู ทั้งที่ลูกยังอยู่ในวัยเรียนวัยศึกษา แล้วลูกไม่ดีขึ้นมาในภายหลัง อย่าไปด่าลูกนะ เพราะพ่อแม่เป็นคนก่อสร้างปลูกนิสัยลูกและพ่อแม่ไม่ให้ความอบอุ่นแก่ลูกไม่ให้การแนะแนวแก่ลูก 
  • โบราณท่านว่าไว้มีลูกมีหลานจะต้องแต่งใจลูกแต่งตัวลูกและแต่งงานลูกก็คือพาลูกพาหลานไปวัด ให้มีความสัมพันธ์กับวัด เห็นพระสงฆ์สอนลูกสอนหลานยกมือไหว้พระ อยู่บ้านก็สอนลูกสวดมนต์ไหว้พระ ให้มีค่านิยมพื้นฐาน 
  • ห่วงผูกคอคือจะกินอะไรก็ห่วงลูก พ่อแม่ถึงจะหิวอย่างไร หากว่าลูกอยากรับประทานก็ต้องให้ลูกก่อนไม่เช่นนั้นแล้ว มันจะติดอยู่ที่คอ ห่วงผูกแขน คือสามีภรรยา ห่วงผูกขา คือทรัพย์สมบัติ 
  • พ่อแม่ต้องสร้างความดีไว้ให้กับลูก ทำถูกไว้ให้กับหลานรักให้ถูกวิธีทำความดีให้ลูกดู เดี๋ยวนี้ทำความชั่วให้ลูกดู กินเหล้าให้ลูกเห็น เล่นการพนันให้ลูกเห็น ทะเลาะกันให้ลูกได้ยิน ขอฝากพ่อบ้านแม่บ้านไว้ด้วย ถ้าเกิดจำเป็นจะทะเลาะกัน อย่าให้ลูกได้ยินเกิดจะน้ำตาไหลขึ้นมาโปรดกรุณาไปร้องในห้องสุขาอย่าไปร้องให้ลูกเห็น 
  • แม่นั้นสำคัญมากแม่ต้องรักษาลูกไว้ แม่ที่ดีต้องเป็นแม่แบบ แม่แผน แม่แปลน แม่บันได แม่บ้าน แม่เรือน อยู่ตรงนี้ลูกจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับแม่เป็นหลักให้ลูก ไม่ใช่พ่อ ถึงพ่อจะดีแสนดี แต่แม่ฉุยแฉกแตกราน สุรุ่ยสุร่าย ไม่รู้จักเก็บงำให้ดี ไม่เป็นแบบที่ดีของลูกรับรองเจ๊งแน่ๆ 

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพที่ได้ติดตามบทความผมมาตลอดพอดีมีคนเอาหนังสือประกอบธรรมมาให้ผมอ่านเห็นมีคติดีมากผมเลยเอาข้อความเหล่านั้นมาให้ท่านได้อ่านกันครับจากหนังสือของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโมวัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรีชื่อเรื่อง วิธีใช้หนี้พ่อแม่อยู่ในหน้า 3 – 29 และก็ยังมีอีกหลายเล่มครับ และผมก็ยังมีเรื่องที่ผมจะมาเขียนให้ท่านได้กันก็ยังมีอีกมากครับ

ท่านสามารถติดตามรายการธรรมะได้ที่วิทยุออนไลน์ได้  24 ชั่วโมง

 

หรือท่านจะเขียนมาคุยกับผมก็ได้ที่ sarikaradio@gmail.com

สำหรับวันนี้สวัสดีครับจาก แก้ว

 


 

"การรักษาอุโบสถศีล มีผลมาก มีอานิสงส์มาก แม้ความสุขของ
พระราชาผู้ทรงเป็นใหญ่ใน ๑๖ แคว้น ก็ยังไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ของอุโบสถ ที่ประกอบด้วยองค์ ๘ เพราะศีลนั้นทำให้เกิดในสวรรค์"

 อุโบสถศีล เป็นกุศลวิธีที่นำพามนุษย์ไปสู่ สวรรค์มาตั้งแต่มนุษย์ยุคต้นกัป ถ้าเป็นอุโบสถในพระพุทธศาสนา เรียกว่า อุโบสถประกอบด้วยองค์ ๘ ซึ่งก็หมายถึงรักษาศีล ๘ ในวันพระนั่นเอง  

ในยุคสมัยที่ยังไม่มีพระพุทธศาสนา

ผู้ปรารถนาสวรรค์จะชักชวนกันรักษาอุโบสถศีล เพราะถือว่าเป็นอริยประเพณีที่มีมาช้านาน แม้กระทั่งพระเจ้าจักรพรรดิราช ก่อนจะทรงครองความเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ก็ต้องสมาทานอุโบสถศีลอย่างเคร่งครัดทุกๆ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ อานิสงส์ของอุโบสถศีล ทำให้ รัตนะทั้ง ๗ ประการ มีจักรแก้ว เป็นต้น บังเกิดขึ้น เป็นของคู่บุญ ทำให้พระองค์ทรงสามารถปกครองโลกให้เกิดสันติสุข ครั้นละโลกแล้วก็ได้ไปเสวยสุขในสุคติโลกสวรรค์ 

อุโบสถศีล แปลว่า การเข้าอยู่จำโดยถือศีล ๘ ข้อ วันอุโบสถหรือวันพระนั้น เป็นวันที่เราจะต้อง อยู่เยี่ยงพระ คือบำเพ็ญเนกขัมมะนั่นเอง

 

ศีลแปดที่รักษากันในวันพระ

เรียกว่า อุโบสถศีล ผู้ครองเรือนทั่วไปไม่สะดวกถือศีล ๘ ได้ทุกวัน ก็จะหาโอกาสมาถือศีลกันเฉพาะวันพระเช่นนี้จึงเรียกว่า รักษาอุโบสถศีล

 ระยะเวลาของการรักษาอุโบสถศีล 
     
การรักษาอุโบสถ มี ๓ อย่าง สามารถเลือกรักษาได้ตามความพร้อมของแต่ละบุคคล คือ 

๑. ปกติอุโบสถ คือ อุโบสถที่รักษากันเฉพาะวันที่กำหนดไว้ ในปัจจุบันนี้กำหนดเอาวันพระ คือ วัน ๘ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม 

๒. ปฏิชาครอุโบสถ คืออุโบสถที่รักษากันครั้งละ ๓ วัน โดยการถือเพิ่มการรักษาก่อนกำหนด ๑ วัน เรียกว่า วันรับ และหลังวันกำหนดอีก ๑ วัน

เรียกว่า

วันส่ง จึงรวมเป็นรักษาคราวละ ๓ วัน คือ วันรับ วันรักษา และวันส่ง รวม ๓

วัน ๓ คืน 

๓. ปาฏิหาริยปักขอุโบสถ คือ อุโบสถที่รักษาครั้งละหลายๆ วัน เช่น ตลอดพรรษา ๓ เดือนบ้าง ตลอด ๑ เดือนบ้าง
หรือครึ่งเดือนจำนวน ๑๕ วันบ้าง
      

ศีลอุโบสถนั้น มีองค์ประกอบทั้งหมด ๘ ข้อ ถ้าขาดไปข้อใดข้อหนึ่ง ก็ไม่เรียกว่าศีลอุโบสถตาม พุทธบัญญัติ เพราะฉะนั้นการล่วงศีลอุโบสถเพียงข้อใดข้อเดียว ก็ถือว่าขาดศีลอุโบสถ พูดง่ายๆ ว่า ขาดศีลข้อเดียวก็ขาดหมดทั้ง ๘ ข้อ ผู้ที่รักษาอุโบสถศีลจึงต้องสำรวมระวัง กาย วาจา เป็นพิเศษ 

อุโบสถศีล มี ๘ ประการ
อุโบสถศีลประกอบด้วยองค์ ๘ มีดังนี้ คือ 

๑. ปาณาติปาตา เวรมณี งดเว้นจากการทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป 

๒.

อทินนาทานา เวรมณี งดเว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของมิได้ให้

 

๓. อพรหมจริยา เวรมณี งดเว้นจากกรรมอันเป็นข้าศึกต่อการประพฤติผิดพรหมจรรย์ 

๔. มุสาวาทา เวรมณี งดเว้นจากการกล่าวเท็จ รวมถึงวจีกรรมในรูปแบบต่างๆ 

๕. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี งดเว้น จากการดื่มสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท 

๖. วิกาลโภชนา เวรมณี งดเว้นจากการบริโภค อาหารในเวลาวิกาล 

๗. นัจจคีตวาทิตวิสูกทัสสนมาลาคันธวิเลปน-ธารณมัณฑนวิภูสนัฏฐานา เวรมณี งดเว้นจากการฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี
และดูการละเล่นอันเป็นข้าศึกต่อกุศล ลูบทาทัดทรงประดับตกแต่งร่างกายด้วยพวงดอกไม้ ของหอม เครื่องย้อม เครื่อง ทาอันจัดว่าเป็นการแต่งตัว 

๘. อุจจาสยนมหาสยนา เวรมณี งดเว้นจากการนั่ง และการนอนบนที่นอนสูงใหญ่
      
  เป้าหมายหลักในการรักษาอุโบสถศีลนั้น ก็ เพื่อทำให้จิตใจสงบ ไม่กวัดแกว่งฟุ้งซ่านไปในเรื่องกามารมณ์ แต่ยึดเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์ ถือ เป็นการประพฤติพรหมจรรย์ของคฤหัสถ์ผู้ที่ยังไม่ปรารถนาออกบวช โดยปกติวันพระ พุทธศาสนิกชน ที่สะดวกก็จะพากันแต่งชุดขาวไปสมาทานอุโบสถศีล และฟังธรรมที่วัด แล้วพักอาศัยอยู่ที่วัด จนกว่าจะครบกำหนด ถ้าไม่ได้ไปวัด ก็จะตั้งใจสมาทานศีล ด้วยตนเอง จะเปล่งวาจาสมาทานหรือเพียงแต่ตั้งเจตนาไว้ก็ได้ทั้งนั้น

        พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัส อุปมาถึงอานิสงส์ ของการรักษาอุโบสถศีลไว้ว่า ถ้าจะนำมาเปรียบกับสมบัติของพระราชา ที่แม้จะครองความเป็นใหญ่ถึง ๑๖ แคว้น ก็ยังไม่ถึงเสี้ยวของผลบุญอันเกิดจากการ รักษาอุโบสถเลย เพราะสมบัติมนุษย์เป็นสมบัติหยาบเหมือนสมบัติของคนกำพร้า มีความสุขได้ไม่กี่ร้อยปีก็ต้องพลัดพรากซึ่งเทียบไม่ได้กับการได้เสวย
ทิพยสมบัติอันยาวนานในสวรรค์ที่เกิดจากอานิสงส์ของการรักษาอุโบสถ 

        การรักษาอุโบสถศีลนี้ แม้ว่าจะมีโอกาสรักษาได้ไม่นาน แต่กลับสามารถส่งผลให้มีอานิสงส์มากมายเกินควรเกินคาดได้
ดังเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้ว ในสมัยพุทธกาล เรื่องมีอยู่ว่า 

 

 จากพระไตรปิฏก  

 

ชายหาฟืนรักษาศีลครึ่งวัน 

        

ในสมัยพุทธกาล คนงานในบ้านของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ทำหน้าที่เป็นคนหาฟืน ต่อมาเมื่อถึงวันอุโบสถ
เขาลุกขึ้นไปทำงานหาฟืนแต่เช้าตรู่ เมื่อกลับมาจากป่าในยามบ่ายเห็นคนในบ้านรักษาอุโบสถศีลกันทุกคน โดยการงด
อาหารหลังเที่ยงเป็นต้นไป เนื่องจากตัวเองเพิ่งสมัครเข้ามาทำงาน จึงไม่รู้ธรรมเนียมของบ้านหลังนี้ ได้ถามบริวารของ
ท่านเศรษฐีว่า"ทำไมในวันนี้ ทุกคนในบ้านเงียบผิดปกติ และก็ดูเหมือนว่าจะเตรียมอาหาร ไว้ให้กระผมคนเดียว" 

        บริวารตอบว่า "วันนี้เป็นวันพระ ทุกคนใน เรือนนี้หยุดงานเพื่อรักษาอุโบสถศีลกัน แม้เด็กที่ยังดื่มนมอยู่ ท่านเศรษฐีก็ให้ดื่มปานะ เพื่อฝึกให้เด็กรักษาอุโบสถศีลตั้งแต่เล็กๆท่านเศรษฐีจึงสั่งให้ฉันจัดอาหารมาเพื่อนาย
คนเดียวเท่านั้น" หนุ่มหาฟืนคิดว่า "ถ้าเราได้รักษาอุโบสถบ้าง ก็น่าจะดีไม่น้อย" จึงถามท่านเศรษฐี "ท่านเศรษฐีถ้ากระผมเองจะรักษาอุโบสถศีลเพียงครึ่งวัน จะได้บุญบ้างไหม 

"ท่านเศรษฐีก็บอกว่า "ได้สิ แต่มันก็ได้ไม่เท่าคนที่เขารักษาทั้งวันหรอกนะ" เมื่อรู้ว่า นี่คือบุญพิเศษ ที่เราไม่ควรพลาด จึงได้สมาทานอุโบสถศีลด้วยความ

เต็มใจ แต่เนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน จึงหิวข้าวมากเพราะกรำงานตลอดทั้งวัน พอตกกลางคืน เกิดลมตีท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด รู้สึกทรมาน มาก จึงเอาเชือกรัดท้องให้แน่นๆ เพื่อระงับอาการปวดท้อง

แต่ก็ไม่หายปวด 

         เมื่อเศรษฐีทราบเรื่องเข้า จึงเอาน้ำอ้อยมาให้กินเพื่อระงับอาการปวดท้อง แต่หนุ่มหาฟืนก็ปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้ศีล
ด่างพร้อย แม้ท่านเศรษฐีจะ คอยบอกเตือนว่า "อย่าทรมานตัวเองเลย วันพระไม่ได้มีหนเดียว เอาไว้รักษาวันพระหน้าก็ได้" แต่
เขาก็ไม่ยอมทำตาม ไม่ยอมตกบุญ ได้นอนนึกถึงอุโบสถศีลที่ตัวเองได้เต็มใจรักษาอย่างเอาชีวิตเป็น เดิมพัน ความปลื้มปีติได้ ้ช่วยข่มความเจ็บปวดเอาไว้ แต่สังขารไม่อาจทนทานเอาไว้ได้ พอรุ่งเช้าปรากฏว่า ได้ละจากโลกนี้ด้วยจิตที่ผ่องใส แล้วได้มาเกิดเป็นรุกขเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่ที่ต้นไทรแห่งหนึ่ง
 

 

อานิสงส์ของการรักษาอุโบสถศีล 

 

         จะเห็นได้ว่า เพียงการรักษาอุโบสถครึ่งวันและทำด้วยความเต็มใจ ยังได้อานิสงส์ขนาดนี้ แล้วถ้าหากใครได้รักษาอย่างต่อเนืองนิตย์อานิสงส์นั้นพรรณนา อย่างไรก็ไม่หมด เป็นบุญใหญ่ที่จะนำพาให้ได้สวรรค์สมบัติ เวียนวนอยู่แต่ในสุคติภูมิเท่านั้น เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ จะถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ในที่สุดจะได้นิพพานสมบัติ เข้าถึงความสุขอันเป็นอมตะ ผู้ที่รักษาอุโบสถศีลจะได้รับอานิสงส์มากมายเกินควรเกินคาด อย่างน้อยๆ ก็สามารถแบ่งออกเป็น ๕ ข้อ คือ 

๑. ย่อมได้รับโภคทรัพย์ใหญ่ เพราะความไม่ประมาทเป็นเหตุ 

๒. เกียรติศัพท์อันงามของผู้มีศีล ย่อมฟุ้งขจรไปไกล

๓. ผู้มีศีลเข้าไปสู่สมาคมใดๆ ย่อมเข้าไปอย่างองอาจไม่เก้อเขิน 

๔. ผู้มีศีลย่อมไม่หลงทำกาละ คือ ไม่หลงเผลอสติในเวลาตาย 

๕. ผู้มีศีล ตายแล้วย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทพ 

        นอกจากนี้ ศีล ยังเป็นบาทเบื้องต้นแห่งสมาธิ ทำให้ใกล้ต่อมรรคผลนิพพาน ดังนั้นคนที่ตั้งใจรักษาศีลได้บริสุทธิ์ก็จะมีผลต่อ
การนั่งสมาธิไปด้วย ดังนั้น พุทธศาสนิกชนที่ดีก็ควรที่จะตั้งใจรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ทั้งยังต้องเป็นกัลยาณมิตรชักชวนคนรอบ
ข้างมาสั่งสมบุญใหญ่ ที่เกิดจากการรักษาอุโบสถศีล เพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรมชาวพุทธให้แข็งแรงยิ่งขึ้นไป 

        บุคคลแม้จะงดงามด้วยเครื่องประดับอันมีค่า ก็ยังไม่งามเท่าผู้มีศีลเป็นอาภรณ์ ผู้มีศีลย่อมติเตียนตนเองไม่ได้ เมื่อพิจารณาถึงศีลที่บริสุทธิ์ ย่อมเกิดปีติทุกเมื่อ

         
ศีลจึงเป็นรากฐานแห่งความดีทุกอย่างและกำจัดความชั่วทั้งปวง

 คัดลอกมาจากในนามของ กมลเวช เมืองศรี (dhammataan@gmail.com)

sarikaradio@gmail.com

 

เรียนทุกท่าน
 ในช่วงที่ผ่านมา
มีภาพยนต์เรื่อง 2012เข้าโรงฉายเกี่ยวกับภัยภิบัติที่จะเกิดขึ้นกับโลกในวันที่
21 เดือน 12 ปี 2012 รวมถึงมีการพูดถึงภัยต่างๆที่มีโอกาสเกิด
ไม่ว่าจะเกิดจากโลกร้อนเกิดจากการที่ดวงดาวมาเรียงกัน
หรือเกิดจากดวงอาทิตย์ปล่อยพลังงานออกมามากกว่าปกติ ฯลฯ
 สรุปว่า
  มีกระแสเรื่องที่โลกกำลังจะเกิดภัยภิบัติที่จะกวาดล้างมนุษย์โลกให้หมดไป(หรือเกือบหมด)ในอีก 3 ปีข้างหน้านี้
 ตัวผมเองก็ได้ดูภาพยนต์ดังกล่าวและได้อ่านข้อมูลข่าวสารมาบ้างจึงคิดว่า
เรื่องนี้มีอะไรหลายอย่างที่ควรจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
 ก่อนอื่นลองมาใช้สติและเหตุผลพิจารณากันในฐานะชาวพุทธ
ว่าสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับตัวเรามีได้กี่รูปแบบ(คร่าวๆ)
1. ในปี 2012ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเราแก่ตาย
2. ในปี 2012ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเราก็ตายหลังจากนั้นไม่นาน
3. ในปี 2012ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่เราตายก่อนถึงวันนั้น
4. ในปี 2012มีอุบัติภัยล้างโลกคนส่วนใหญ่ตายส่วนเราก็ตาย
5. ในปี 2012มีอุบัติภัยล้างโลกคนส่วนใหญ่ตาย เรารอดแล้วก็แก่ตาย
6. ในปี 2012 มีอุบัติภัยล้างโลกคนส่วนใหญ่ตาย เรารอดแต่ก็ตายหลังจากนั้นไม่นาน
7. ในปี 2012 มีอุบัติภัยล้างโลกแต่เราตายก่อนถึงวันนั้น
......
 พอจะเห็นภาพใช่ไหมครับว่าไม่ว่าในปี 2012
จะมีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่มีสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่ๆก็คือเราจะตายวันใดวันหนึ่งในอนาคต หากเรามองชีวิตที่ผ่านการเวียนว่ายตายเกิดมานับครั้งไม่ถ้วน
การตายครั้งนี้ ก็เพียงการเปลี่ยนจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่งเท่านั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย ในอดีตผมก็เคยกลัวความตายซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กลัวความตายก็คือเพราะความตายเป็นเหมือนการต้องเดินเข้าไปห้องที่มืดสนิทที่มีหลายห้องโดยเราไม่รู้ว่ามีอะไรรอเราอยู่ในแต่ละห้อง แต่ความรู้ในพุทธศาสนาก็ทำให้เราเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตมากขึ้น ว่าแต่ละห้องมีสภาพเป็นอย่างไร
(นิพพาน พรหม เทวดามนุษย์ สัตว์ เปรตอสูรกาย นรก)
เหมือนห้องทั้งหมดได้เปิดไฟจนสว่างเห็นภายในทั้งหมด
 แม้ว่าเราจะเห็นว่าแต่ละห้องมีอะไรบ้าง
ความกลัวก็ยังไม่หมดไปเพราะว่ามีหลายห้องที่เราไม่อยากเดินเข้าไปเลย(สัตว์
เปรต อสูรกาย นรก)ด้วยเหตุนี้อาการกลัวความตายจึงยังคงมีอยู่
 ตอนตายเราไม่สามารถเลือกได้ว่าจะเข้าห้องไหน
หากเปรียบเทียบง่ายๆว่าก็คล้ายกับว่าเราจะต้องจับฉลากเท่านั้น
ซึ่งก็ทำให้เรามีโอกาสได้ไปในห้องที่เราไม่อยากไป
 แต่ความรู้ในพุทธศาสนาก็ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นอีกว่าเราสามารถสร้างฉลากให้มีมากขึ้นได้ ดังนี้หากเราทำบุญมากเท่าไหร่เราก็จะได้ฉลากที่จะได้ไปอยู่ในห้องที่น่าอยู่เพิ่มขึ้นเท่านั้น(นิพพานพรหม เทวดา มนุษย์)
หากเราทำบาปมากเท่าไหร่ เราก็ได้จะได้ฉลากที่จะได้ไปอบู่ในห้องที่ไม่น่าอยู่เพิ่มขึ้นนั้น(สัตว์ เปรต อสูรกาย นรก)
 ความรู้ตรงนี้ก็คงทำให้คนบางคนยังคงมีความกลัวความตายเช่นเดิม
หรืออาจจะกลัวมากขึ้น เพราะชีวิตที่ผ่านมาได้สร้างฉลากสำหรับไปห้องที่ไม่น่าอยู่มากมายมหาศาล แต่แทบไม่ได้สร้างฉลากสำหรับไปห้องที่น่าอยู่เลย
 แต่ในทางตรงกันข้ามคนบางคนกลับมีความกลัวความตายลดลงเพราะชีวิตที่ผ่านมาได้สร้างฉลากสำหรับไปห้องที่น่าอยู่มากมายมหาศาลและแทบไม่ได้สร้าฉลากสำหรับไปห้องที่ไม่น่าอยู่เลย

โอกาสที่จะไปไม่ดีหลังจากนั้นมีน้อยมากความกลัวจึงมีน้อยลงมาก
 ในเมื่อความตายจะมาถึงเราแน่ไม่วันใดก็วันหนึ่งไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ 2012
หรือไม่เราก็สามารถเลือกได้ว่าเราจะเป็นแบบไหนจะกลัวความตายเพราะทำบาปเอาไว้มากหรือคิดว่าความตายเป็นเพียงการเปลี่ยนสภาพและอาจจะมีชีวิตที่ดีขึ้น
เพราะทำบุญเอาไว้มาก
 จากวันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่เราตายเราก็สามารถเลือกได้ว่าจะทำอะไร
หากเหตุการณ์ 2012 มีจริงๆ
สิ่งที่เราควรทำคือการพยายามดิ้นรนหาทางรอดตั้งแต่วันนี้
หรือคือการพยายามทำบุญให้มากเพื่อที่จะได้ไม่กลัวความตายในวันนั้นกันแน่
หากเหตุการณ์ 2012ไม่มีจริง
สิ่งที่เราควรทำคือปล่อยชีวิตไปแบบเดิมเพื่อให้ตายด้วยความหวาดกลัว
หรือพยายามทำบุญให้มากเพื่อที่จะได้ไม่กลัวความตายในวันนั้นกันแน่
 สำหรับผมมีคำตอบที่ชัดเจนว่าผมจะทำบุญให้มากที่สุด
ไม่ว่าในอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้นเพื่อให้ไม่ต้องกลัวเมื่อวันที่ความตายมาถึง
 คำถามหนึ่งที่มีคนถามผมก็คือ
หากเหตุการณ์ 2012
เกิดขึ้นจริง เราควรทำอย่างไรในวันนั้นสมมุติว่าทุกอย่างเป็นเหมือนในภาพยนต์
ที่มีน้ำท่วมทั้งโลกกวาดล้างแทบทุกอย่างในโลกไปจนหมด
ผมคงเลือกที่จะอยู่บ้าน(หรือไปวัด) สวดมนต์ นั่งสมาธิหรือนั่งนึกถึงบุญที่ทำแล้วพยายามยิ้มรับความตายที่กำลังจะเดินเข้ามาหา ดีกว่าจะต้องดิ้นรนพยายามให้ตัวเองรอด แล้วไม่สามารถควบคุมสภาพจิตใจก่อนตายได้ ทำให้อาจจะไปห้องที่ไม่น่าอยู่ได้
อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ หากเป็นอย่างนั้นจริงๆก็คงไม่เหลือวัดเหลือพระไตรปิฎกให้ผมได้ศึกษาได้ทำบุญ
ผมก็ไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะอยู่ต่อรวมถึงบ้านเมืองก็ไม่เหลืออะไรแล้ว
คงใช้ชีวิตกันลำบากน่าดูแล้วจะอยู่ไปทำไมแต่ผมจะไม่ฆ่าตัวตายครับเพราะบาป
 คำถามถัดมาก็คือ
เรื่องราวแบบนั้นจะเกิดขึ้นจริงไหมเมื่ออ้างอิงจากพระไตรปิฎก
อย่างแรกก็ต้องบอกว่า ในอรรถกถาได้บอกเอาไว้ว่า
พุทธศาสนายุคนี้จะอยู่นาน 5,000 ปี
ฉะนั้นจึงไม่น่าจะมีเหตุการณ์ที่จะทำให้พุทธศาสนาหายไปได้ในช่วงก่อนหน้านั้น
โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ทำให้คนมากกว่า 99% ตายไปนั้น
ก็ต้องบอกเลยว่าไม่น่าจะมี อย่างมากก็เกิดน้ำท่วม
แล้วมีคนตายมากประมาณหนึ่ง แต่คงไม่มากเท่าที่กลัวกัน
 ส่วนเหตุการณ์ที่จะทำให้โลกแตก หรือมนุษย์ตายกันจนหมดนั้น
ก็ต้องบอกเลยว่า ไม่ต้องห่วง ว่าจะมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น
เพราะพระพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้แล้วว่า
ตั้งแต่โลกใบนี้เกิดขึ้น จนถึงวันที่โลกแตกจะมี พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ 5
พระองค์ (เฉพาะรอบนี้ที่มี 5 พระองค์บางรอบก็ไม่มีเลย)
ซึ่งพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเป็นองค์ที่ 4
ฉะนั้นยังคงต้องมีมนุษย์โลกไปอีกนาน นานจนมนุษย์อายุขัยลดลงเหลือ 10 ปี
แล้วกลับมาเพิ่มจนเป็น 80,000 ปี ตอนนั้นถึงจะมีพระศรีอาริยเมตตตรัยมาตรัสรู้
 หลังจากนั้นอีกนานแสนนาน นานจนมีพระอาทิตย์ดวงที่ 2 เกิดขึ้น
จนโลกแห้งเล้งมากขึ้น จนมาดวงอาทิตย์ดวงที่ 3 4 5 6 7

 และเมื่อถึงตอนนั้น โลกก็แตกสลายไปโลกใบนี้รอบนี้จะแตกสลายเพราะไฟครับ
ไม่ได้แตกสลายเพราะน้ำหรือลม  เวลาที่โลกจะแตกสลายยังอีกนานแสนนาน
แต่เวลาที่ร่างกายนี้จะยังหายใจอยู่นั้นนานแค่ไหนไม่มีใครทราบ
อาจจะอยู่จนครบ 100 ปี 75 ปี หรืออยู่ได้อีก 10 ปี 10 วัน
หรือน้อยกว่านั้น ไม่มีใครทราบได้เลย
 ในฐานะชาวพุทธที่แท้จริง เราไม่ควรประมาท
เราควรทำบุญให้มาก
มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพื่อให้วันที่เราเดินเข้าไปใกล้
จนความตายอยู่ตรงหน้าเรา เราก็จะสามารถเผชิญหน้ากับมันได้
อาจจะด้วยใจที่ปล่อยวาง หรือเผชิญหน้าด้วยรอยยิ้ม
เพราะเรามั่นใจว่าเราไปดีแน่นอน
 
อ่านแล้วคิดว่าเป็นประโยชน์ก็ส่งต่อให้เพื่อนๆได้ครับ
 ด้วยความนับถือ
ณัฐพบธรรมผู้เขียน หนังสือ"ถ้ารู้...(กู)...ทำไปนานแล้ว"

 สามารถ Follow ผมทาง Twitterได้ที่
http://twitter.com/Nutpobtum
 ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน
กมลเวช เมืองศรี

 

        ผมแก้ว สาริกาได้นำบทความข้างบนนี้มาให้ท่านได้อ่านกันครับเพื่อเป็นอุทธาหรณ์จริงไม่จริงเชิญอ่านแล้วพิจารณานะครับแต่ถ้าถามผมว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ผมมีความเห็นคล้ายๆกันแต่ความเห็นของผมไม่โลดโผนอย่างที่อ่านมาจากข้างบนหรือในภาพยนต์ ตามที่ผมรู้มาและฟังพระเล่าให้ฟังท่านบอกว่าน้ำท่วมโลกนั้นมีจริงแน่นอน ไฟจะลุกท่วมโลกนั้นมีจริงแน่นอน ดินจะถล่มนั้นมีจริงแน่นอนธาตุทั้งสี่ ที่ก่อตัวเรามาเป็นมนุษย์อยู่ได้นั้นเพราะธาตุทั้ง สี่ แต่ถ้ามนุษย์จะถูกทำลายก็ถูกทำลายเพราะธาตุทั้งสี่เท่านั้น คือพระท่านบอกว่ามนุษย์ต้องถูกทำลายแต่มนุษย์ที่ถูกทำลายลายนั้นไม่ใช่จะถูกทำลายทุกคนจะถูกทำลายในบางคนเช่นผู้ที่มีคุณธรรมความดีสร้างแต่ความดี ไว้ก็จะได้รับโทษน้อยไปตามวาระของการกระทำความดีความเลวที่ได้สะสมไว้ไม่ว่าจะสะสมคุณงามความดี - เลวหรือความชั่วมากน้อยแค่ไหนก็จะได้รับโทษตามนั้นเช่นบอกว่าไฟจะไหม้โลกนั้นไหม้แน่นอนและไหม้จริงๆแต่จะไม่เฉพาะคนเลวเท่านั้นอย่างเช่นน้ำท่วมก็เช่นเดียวกันก็จะต้องท่วมโลกแน่นอน แต่จะท่วมเฉพาะคนที่ไม่มีศิลธรรมไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ของคนที่ทำความดี ทุกวันนี้ก็มีให้เห็นอยู่แล้ว เช่นน้ำท่วม ไฟไหม้ ดินโคลนถล่ม แผ่นดินยุบตัว เกิดพายุอย่างรุนแรงเราก็ได้เห็นและได้ยินกันอยู่เป็นประจำ แต่สิ่งที่จะเกิดในอนาคตอันใกล้นี้จะมีความรุนแรงมากกว่าที่เป็ยอยู่ในขณะนี้ แต่ในเวลาเดียวกัน ถ้ามนุษย์หันมาสร้างธรรมให้เกิดขึ้นกับตัวเองประชาชนในประเทศนั้นๆก็อาจจะรอดพ้นเงื่อมมือธรรมชาติได้แน่นอน ท่านผู้อ่านสังเกตุไหมว่าพระท่านจึงได้ทำการสวดมนต์ให้กับประเทศ ให้ประเทศรอดพ้นจากภัยอันตรายจากธรรมชาติอยู่เป็นประจำเพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายไม่ต้องการให้ธรรมชาติทั้งสี่ลงโทษท่านก็รีบสั่งสมคุณงามความดีกันไว้อย่าชะล่าใจนี่คือเรื่องจริงแต่พระท่านไม่กล้าออกมาพูดเพราะเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องไกลตัวสำหรับผู้ที่ไม่เชื่อแต่จะเป็นเรื่องจริงสำหรับผู้ที่เชื่อว่าเรื่องที่ธรรมชาติต้องเกิดขึ้นจริงแต่เวลาไม่รู้แน่นอนในทางพระพุทธศาสนาบอกว่าประเทศใด มนุษย์ผู้ใดที่มีศสนาประจำตัวไว้ทำความดีไว้ต้องห่างไกลภัยพิบัติทั้งสี่แน่นอนแต่ถ้าจะถูกภัยทั้งสี่ก็จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเว้นนอกจากว่าผู้นั้นทำความเลวไว้มากแค่ไหนต้องได้รับผลรุนแรงตามนั้นยังมีเรื่องให้เขียนอีกมีในเรื่องเดียวกันไว้ในโอกาสหน้าผมจะมาเขียนเพิ่มเติมอีกครับ

          ขอให้ทุกคนรีบสร้างบุญบารมี ยึดมั่นในธรรมให้มากนะครับ คุณพระศรีรัตนตรัยจะคุ้มครองผู้กระทำความดีเท่านั้น ธรรมชาติย่อมเห็น เพราะธรรมชาติเป็นผู้สร้าง

จากแก้ว สาริกา

    

  ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ชองเรา Tongue out

บทความที่น่าสนใจ ฟังวิทยุออนไลน์ หลายๆสถานี           

       สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านที่ได้เข้ามาในเวปแก้ว สาริกาผมจะเขียนเรื่องความรู้ทั่วไปประสบการณ์ต่างๆในชีวิตผมที่ผ่านมานำมาเล่าสู่กันฟังมีทั้งเรื่องในอดีตและในปัจจุบันแต่การเขียนของผมเป็นเรื่งจริงทั้งหมด ไม่มีการสมมุติเรื่อง แต่ผมจะไม่ขอบอกสถานที่จริงหรือชื่อจริงเพราะผมกลัวว่าเรามาว่าเขาตำหนิเขาหรือมายกยอกัน แต่เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องจริงทั้งหมดและผมเป็นนักจัดรายการวิทยุก็มี

 วิทยุออนไลน์ แก้วสาริกา      http://www.khewsarika.com  และวิทยุชุมชน ชื่อรายการนิยมลูกทุ่งไทยและธรรม 

 ผมจะเล่าเรื่องออกอากาศแล้วนำมาเขียนให้ท่านได้อ่านกันครับก็ขอให้ท่านได้ติดตามกันไปนะครับและถ้าท่านสนใจรายการวิทยุก็พิมพ์คำว่า แก้ว สาริกา หรือ khewsarika

 1. เรื่อง ความผิดหวังคือความทุกข์         
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
     เป็นเวลานานเป็นเดือนที่ผมไม่ได้มาเขียนบทความให้ท่านได้อ่านกันวันนี้ผมขอถือโอกาส มาเขียนให้ท่านได้อ่านกัน อย่างที่ผมเคยเขียนไว้แล้วว่าคนเรานั้นมีด้วยกัน สองอย่างคือความผิดหวังกับคำว่าสมหวัง คนที่สมหวังก็มีแต่ความสุข แต่กับคนอีกกลุ่มหนึ่งก็มีความทุกข์พร้อมกับความผิดหวัง คนเราทุกคนที่เกิดมาอยู่ในโลกปัจจุบันนี้มีวาระกรรมที่แตกต่างกันออกไป เขาจึงบอกไว้ว่าเป็นสิ่งที่เตือนใจตลอดเวลาว่าอย่า อย่า มองคนที่สูงกว่าเราแล้วอย่าเอาคนที่สูงกว่าเรามาเปรียบเทียบกับตัวเราไม่ว่ากรณีอะไร ห้ามคิด ถ้าคิดให้สูงไว้จะยิ่งทำให้เราเป็นทุกข์ มากและเป็นทุกข์ที่แก้ยากเสียด้วย ที่เป็นเช่นนี้เพราะถ้าเรามองคนที่สูงกว่าเรามาเปรียบเทียบกับเรา เราจะเกิดความท้อแท้ต่อชีวิตเพราะชีวิตทุกคนเลือกเกิดไม่ได้ แต่เกิดมาอยู่ในโลกเดียวกันได้ แต่การครองตัวแต่ละครอบครัวแตกต่างกันไป เราต้องมองตรงไปที่ บุญและกรรม ที่เรามาเกิดด้วยว่ากรรมนั้นติดตัวเรามาขนาดไหน บางคนเกิดมาในกรรมดีบางคนเกิดมาในกรรมที่ไม่ดีบางคนเกิดมาพร้อมเพราะเกิดมาครอบครัวตะกูลที่ดีเพียบพร้อมไปด้วยทรัพย์ สมบัติ และถ้าเราเกิดมา จนหากินชนิดปากกัดตีนถีบ ถ้าเราไม่คิดอะไรและไม่เอาชีวิตเราไปเปรียบเทียบกับเขา เราก็สบายใจ เราก็ทำงานหากินของเราไป แต่ถ้าเราคิดว่าทำไมหนอเกิดมาชาตินี้จึงต้องเกิดมาจน เกิดมาลำบากยากจนไม่เหมือนเขา บางคนเกิดมารูปสวยเกิดมางาม บางคนเกิดมาทุพลภาพบางคนเกิดมามีแต่ความเจ็บป่วยที่รักษาไม่หายขาดได้ ก็ขอให้ถือเสียว่านั่นคือกรรมเก่าที่ติดตัวเรามาเมื่อชาติปางค์ก่อน คนเราที่เกิดมาไม่มีอะไรที่ดีพร้อมไปหมดในชีวิตของตัวเองก็ขออย่าได้คิดอะไรถือว่าเราเกิดมามีกรรม กรรมเกิดมากับเราต่างเวลาต่างวาระกรรมกันไป ถ้า เรามัวแต่ครุ่นคิดเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วจะทำให้ชีวิตเรามีแต่เศร้าหมองไม่มีประโย ชน์อะไรเลยเสียเวลาคิดเปล่าๆถือเสียว่าเราได้เกิดมาดูโลกใบนี้ก็ดีแล้ว ส่วนที่เราจะประกอบชีวิตของเราไปได้ขนาดไหนก็อยู่ที่เราจะสร้างความอดทนให้กับตัวเราเองได้มากขนาดไหน ขอให้เอาธรรมมายึดมั่นในใจให้มากที่สุดจะดีกว่าจะทำให้เราเกิดความสุขไปอีกรูปแบบหนึ่ง ใช่ว่าคนที่เกิดมารวย จะมีความสุขเสมอไปก็หาไม่บางคนบางครัวร่ำรวยมหาศาลก็ยังไม่มีความสุขก็มีตัวอย่างให้ เราดูให้เห็นแล้วใช่ไหม ขอให้ปลงกันนะครับที่ผมเขียนมาอีกในครั้งนี้ผมก็เศร้าใจหลายชีวิตที่ต้องดับชีวิตของตัวเองด้วยน้ำมือของตัวเองท่านอย่าทำอย่างนั้นนะครับ ที่ผมเขียนอีกเพราะผมต้องการ กระตุ้นชีวิตจิตใจของผู้ที่มีใจเศร้าหมองได้รับรู้ไว้ว่าอย่างน้อยก็มีผมคนหนึ่งละที ่ยังเป็นห่วงเป็นใยทุกคนที่มีความลำบากทุกรูปแบบแล้วแต่ว่าแบกกรรมนั้นมากันอย่างไร ผมขอเอาใจช่วยด้วยเจ็บก็ขอให้อดทนรับกรรมนั้นๆเถิด และในเวลาเดียวกันขอให้สร้างคุณงามความดีให้ปรากฎต่อตัวเองและสังคมด้วย อย่าสร้างความยุ่งยากให้กับสังคม ถ้าคิดอย่างที่ผมแนะนำได้แล้วท่านต้องเป็นสุขแน่นอน และอาจจะมีความสุขเสียยิ่งกว่าคนที่ร่ำรวยกว่าเราก็ได้ ไม่รู้ล่ะผมขอเป็นกำลังใจ ให้กับทุกท่านที่เกิดมาต้องรับวิบากกรรมที่เราท่านไม่อยากได้แต่ทำอย่างไรขึ้นชื่อว่ ากรรมใคร บ้างที่อยากได้รับกรรมนั้นๆแต่เมื่อมีกรรมมาให้เรารับกรรมนั้นๆก็ขอให้รับไปเถิดแต่ใ นเวลาเดียวกันก็ขอให้ยึดมั่นพระธรรม มีธรรมประจำใจในศาสนานั้นๆเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจด้วย อย่าได้ประชดตัวเอง อย่าได้ทำร้ายตัวเอง ขอให้มันเป็นไปตามกรรมที่เราได้รับดีกว่า ถ้าคิดอย่างที่ผมเขียนมาข้างต้นนี้ได้ทุกคนก็จะมีแต่ความสุขอย่าไปมองคำว่าคนหรือคนมี ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราจะดีกว่า แต่ในเวลาเดียวกัน เราอาจชนะชีวิตของตัวเองก็ได้เพราะเรามีความมานะความอดทนเราก็ได้ยินได้พบได้เห็นอยู่แล้วทุกวันนี้แล้ว เราจะยอมแพ้ชีวิตหรือขอให้สู้ชีวิตและเอาชนะชีวิตของตัวเองให้ได้ การที่จะชนะอะไรก็สู้ชนะตัวได้ไม่มี แต่ส่วนมากไม่ค่อยชนะใจตัวเองกันได้มากนักเพราะท้อแท้ต่อชีวิตเสียมากกว่า บางคนดื่มเหล้าบางคนปล่อยตัวไปตามกาลวลาให้สูญสิ้นเวลาไปในแต่ละวัน นี่ผมได้เขียนมามากแล้วท่านผู้อ่านที่ได้อ่านบทความนี้จงช่วย คัดบทความนี้แล้วบอกต่อไปด้วยนะครับว่ายังมีคนที่ให้กำลังใจคนที่ผิดหวังอยู่ในเวลาน ี้
           สุดท้ายนี้ผมขออัญเชิญอำนาจคุณพระศรีรัตนตรับและสิ่งศักดิ์ทั้งหลายจงคุ้มครองและให้แรงจูงใจกับคนที่ผิดหวังทั้งปวงด้วยเถิด ขอให้เขาเหล่านั้นจงเป็นคนดีของสังคมและสู้กับความจริงของชีวิต อย่าถดถอยกับชีวิตวันนี้ไม่ได้มีวันนี้วันเดียวเท่านั้น ยังมีวันต่อๆไปอีกแล้วเราทำไมไม่คิดบ้างละว่าในจำนวนวันที่อยู่ข้างหน้านั้น สักวันหนึ่งวันข้างหน้านั้นอาจจะเป็นวันของเราบ้างใครจะไปรู้

         ขอให้ทุกๆท่านจงมีความสุขอย่าเจ็บอย่าจน จงอดทนเพื่อวันของเราและขอให้ยึดในคำสอนของศาสนาให้มั่นคงเพื่อชีวิตจะได้ดับทุกข์ได้ จะมีจะจนอย่างไรก็ขอให้ยึดมั่นมีคุณธรรม สัจจธรรม เมตตาธรรม
สวัสดีครับ จากแก้ว สาริกา

        2. เรื่อง แม่ของเรา
แม่
         สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านวันนี้ผมได้มีเวลามาเขียน
    เรื่องแม่อีกมุมมองหนึ่งของผมที่ผมได้ไปสัมผัสมา ก็ขอเล่าให้ท่านได้อ่านกันเลยจะดีกว่า
วันนี้ผมได้ไปโรงพยาบาลและมีคนป่วยมากมาย 
มีอยู่รายหนึ่งอายุ 83 ปี ได้พูดคุยกับผม แกเล่าให้ฟังว่าแกมีลูกหลายคนแต่ทุกคนได้แยกเรือนออกไปหมดแล้ว มีลูกอยู่คนหนึ่งรวยมากมีไร่หลายร้อยไร่ส่งเงินให้แม่ใช้เดือนละ หนึ่งพันบาท ลูกชวนไปอยู่ด้วยก็ไม่ยอมไป และช่วยเหลือตัวเองมาตลอดไม่ให้เป็นภาระของลูกๆ เป็นคนประหยัดใครไม่มีเงินก็ให้เขายืมและก็ให้ดอก ส่วนมากยืมเงินไปแล้วไม่คืนให้ ไปทวงก็บอกไม่มีแถมยังโดนด่ากลับมาอีก มาหาหมอก็เดินมา ไม่ยอมขึ้นรถกลัวเสียเงิน ลูกชวนไปอยู่ก็ไม่ยอมไปขออยู่บ้านตัวเอง ที่ผมมาเล่าให้ฟังก็เป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มีข้อคิดมากมายในเรื่องนี้ ที่เป็นคำถามคำตอบได้มาก ก็ขอให้ใช้วิจารณญานคิดก็แล้วกัน ที่โบราณบอกว่าลูกหลายคนพ่อแม่เลี้ยงได้แต่พ่อแม่จะอยู่อีกไม่เท่าไรก็ต้องจากไปแต่เลี้ยงพ่อแม่กันไม่ได้ อย่างเรื่องที่ผมเขียนก็เข่นเดียวกันแกบอกว่าลูกหลายคน มีให้เงินอยู่คนเดียวคือคนที่รวยมากแต่ให้เดือนละ หนึ่งพันบาทเท่านั้น แล้วผมก็คิดเองนะครับว่าแกคงคิดว่า ให้แกแค่เดือนละหนึ่งพันบาทแล้วอย่างนี้ถ้าเข้าไปอยู่ด้วยจะลำบากมากขนาดไหน เพราะจะต้องไปเจอกับลูกสะไภ้อีกและหลานๆอีก อาจจะเป็นส่วนเกินของลูกก็ได้เพราะฉะนั้นอยู่คนเดียวดีกว่าไม่ต้องเป็นภาระกับลูก                                                ท่านผู้อ่านครับผมขอพูดอีกหน่อยนะครับ เวลาเรามีโอกาสไปหาพ่อแม่ควรจะซื้อของติดมือไปด้วยให้พ่อแม่ของกินก็ได้หรือของใช้ก็ได้ อย่าไปมือเปล่านะครับเขาบอกว่าถ้าเรามีไปให้พ่อแม่เราจะทำให้เราได้บุญด้วยอย่าลืมนะครับ บางท่านเห็นพ่อแม่ค้าขายของในร้านมีมากมายไม่ต้องซื้อไปให้ก็ได้ขาดเหลืออะไรก็ใช้ของในร้าน แต่อย่าคิดอย่างนั้นนะครับมันคนละอย่างกันคำว่าเอาไปให้พ่อแม่นั้นอีกเรื่องหนึ่งต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ได้บุญกุศลที่เราได้ทำกับพ่อแม่เราเลยนะครับ ผมขอจบแค่นี้ก่อนะครับไว้โอกาสหน้าผมจะมาเขียนอีก
             วันนี้ที่ผมเขียนเรื่องแม่ก็เป็นอีกมุมมองที่ผมเจอมาจึงนำมาเล่าสู่กันฟัง และที่เป็นเรื่องน่าเศร้ามากก็ตรงที่สามีตบตีภรรยาของตัวเองจนได้รับบาดเจ็บ ก็มาบอกแม่ให้ ช่วยพาไปหาหมอทีโรงพยาบาล แต่ด้วยความโกรธของแม่ที่มีต่อลูกเขยก็ขับรถไป ต่อว่าลูกเขยที่มาตบตีลูกของตนก็เกิดการถกเถียงกันผลสุดท้ายไม่มีใครยอมใคร แม่ยายก็คว้าปืนที่เตรียมมาด้วยยิงใส่ลูกเขย ฝ่ายลูกเขยก็หยิบปืนออกมายิงใส่แม่ยายจนตาย แต่ถ้าพูดกันได้ด้วยดีเรื่องความตายก็จะไม่เกิดขึ้นแต่เพราะด้วยความรักที่แม่มีต่อลูกลืมคิดไปว่าเราเป็นผู้หญิงจะไปสู้อะไรผู้ชายได้ แต่ด้วยความรักลูกมากที่ถูกลูกเขยตบตีจึงเป็นเดือดเป็นแค้นจนลืมตัวไปชั่วขณะหนึ่ง แต่สิ่งที่ได้รับก็คือความตายนั่นเอง นี่แหละแม่ ถึงตายเพื่อลูกก็ยอมตายได้ จึงเป็นเรื่องอุทธาหรณ์อีกเรื่องหนึ่งของความรักที่แม่มีต่อลูก แต่ต้องจบลงด้วยความเศร้า                                                            

                ลูกๆทั้งหลายไม่ว่าหญิงหรือชายก็ขอให้เข้าใจความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกด้วย และต้องรักพ่อรักแม่ทุกวันด้วยไม่ใช่จะรักพ่อรักแม่เฉพาะวันสำคัญเท่านั้นต้องรักทุกวันทำดีทุกวันดูแลทุกวันอย่าลืมนะครับพ่อแม่นั้นมีคู่เดียวในโลกเท่านั้นในชีวิตของเรา เราต้องดูแลให้ดี
               ผมขอต่อตรงนี้นิดหนึ่งนะครับอีกครอบครัวหนึ่ง พ่อเป็น อัมพฤก ลูกสาวต้องคอยดูแล อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ป้อนข้าว ป้อนยา พาไปโรงพยาบาล ทำอยู่เป็นประจำทุกวัน นี่ก็ดีไปอีกอย่างหนึ่ง ที่มีความกตัญญูต่อพ่อ สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ทำนั่นแหละอานิสสงค์ จะได้กับตัวเขาเอง คนที่มีความกตัญญูรู้คุณต่อพ่อแม่เขาบอกว่าได้ดีทุกคนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
              ถ้าใครไม่เคยทำความดีอย่างที่ผมเล่ามานี้ ถ้ามีโอกาสอย่าลืมทำนะครับ แต่ถ้าใครได้ทำปรนนิบัติพ่อแม่ดีอยู่แล้วในทุกทุกวันก็ ขอให้ทำไปตลอดนะครับ และขอให้ได้รับผลบุญอันนั้นจงเกิดกับลูกที่ทำดีกับพ่อแม่ อย่านำความเดือดร้อนมาสู่พ่อแม่นะครับ
              ผมขอเล่าเพิ่มอีกเรื่องนะครับมีครอบครัวหนึ่งแม่มีฐานะดี ลืมถามไปว่ามีลูกกี่คน แม่อายุ 85 ปีก็เกิดล้มป่วยลูกก็มาเยี่ยมแม่ พอมาดูแม่เสร็จขนสิ่งของพวกของมีค่าของแม่ไปหมดเลยและไม่มาเยี่ยมแม่อีก แต่ตอนหลังมาเยื่ยมแต่ก็ทำไม่รู้ว่าเอาของมีค่าของแม่ไป นี่แหละลูกทำไมต้องเป็นอย่างนี้ นี่คือเรื่งจริงจากคำบอกเล่าของคนบ้านใกล้กันผมจึงนำมาเขียนไว้เป็นสิ่งเตือนสติวาเราเป็นลูกทำไมต้องทำกับพ่อแม่อย่างนี้สิ่งที่ผ่านมาพ่อแม่ให้แล้วยังไม่พออีกหรือลูก?
            ผมขอให้คุณพระศรีรัตนตรัย จงคุ้มครองให้ทุกท่านจงมีความสุขขอให้เจริญด้วยอายุวรรณสุข พละปฏิธนสารสมบัติตามความปรารถนาด้วยเถิด
        สวัสดีครับ จาก แก้ว สาริกา
 สังคมของเรามันเลวอย่างนี้จ้องแต่จะทำลายกันอย่างเดียวเขาไม่คิดเลย
 ว่าถ้าญาติพี่น้องโดนหลอกบ้างจะทำอย่างไร เวรกรรมมีจริงนะครับทุกท่านเรามาช่วย

 กันสร้างความดีกันดีกว่าคนที่มันทำเลว เดี้ยวก็เข้าคุกเข้าตะรางกันไปแล้วก็ตายไปปลง

 กันนะครับ นี่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องครับที่จะมาเล่าสู่กันฟัง แต่เอาไว้โอกาสต่อไปนะครับ

                                   อ้อ ขออีกนิดนะครับ เห็นไหมตำรวจดักจับมอเตอร์ไซค์ซิ่งกันได้

 จำนวนมากแล้วเป็นอย่างไร บางคนบอกลูกไม่ผิดไปดูเขา เพื่อนพาไปลูกเป็นคนดี สาระ

 พัดที่พ่อแม่จะพูดว่าลูกดี น้อยนักที่บอกลูกไม่ดี ตำรวจทำถูกแล้ว ก็เหมือนพวกเล่นไพ่

 นั่นแหละเล่นหรือไม่เล่นอยู่ในที่ตรงนั้นถือว่าเล่น ไม่เล่นไปอยู่ตรงนั้นทำไม ก็ทำนอง

 เดียวกันอย่ามาเถียยงให้เสียเวลา ผมก็ไม่รู้นะว่าปรับกันอย่างไรบางคนต้องไปกู้เงินมา

 ประกันตัวลูก อย่างนี้ไม่ต้องให้ประกันตัวให้ตัดสินไปเลยเพื่อความหลาบจำและยึดรถ

 เข้าหลวง ให้หน่วยราชการไว้ตรวจงานหรือให้กรมตำรวจส่งให้ตสใรงพักไว้ใช้งานซะ

 ให้เข็ด และผู้ต้องหาต้องให้ไปช่วยงานสังคมที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้กำหนด

 ระยะเวลาด้วยกี่ปีดี จะบอกว่าคนเขียนใจร้ายจังไม่ใช่อะไรครับ เพื่อดัดสันดานวัยรุ่นอื่น

 จะได้ไม่เอาเป็นตัวอย่าง ไม่อย่างนั้นพอพ้นผิดออกมาก็ทำกันอีก ไม่มีเข็ดไม่เชื่อลองดู

 ได้ต้องมีแข่งกันอีก

    และวันวาเลนไทน์ปีนี้ก็ขอให้น้องๆหลานๆทุกคนจงระวังให้ดีเรื่องการมีคู่หรือไปมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนชายให้ระวังให้มาก ระวังจะอายเขา เรียนยังไม่จบต้องออกโรงเรียนกลางคัน เสียอนาคต พ่อแม่เสียใจ ถ้าผู้ชายไม่หลอกก็ดีไปแต่ถ้าเขาหลอกได้เราแล้วเราจะต้องเสียใจ อย่าพูดคำว่าไม่แคร์ ไม่เห็นเสียอะไรเลย แต่สังคมไทยไม่ยอมรับคนที่ทำอะไรผิดๆ แต่ถ้าสำนึกในความผิดนั้นก็ให้อภัยเสมอ พ่อแม่จะมีอะไรนอกจากเห็นลูกเรียนจบมีงานทำมาความสำเร็จ ประสบความสำเร็จในชีวิต นี่ต่างหากที่พ่อแม่ดีใจและหายเหนื่อย ที่ได้ทุ่มทั้งแรงใจแรงกายความลำบากเพื่อลูกแล้วลูกละจะทำให้พ่อแม่ชื่นใจได้ไหม อันนี้เราต้องถามตัวเราเองว่าไม่เชื่อฟังพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ก็ขอให้เด็กรุ่นใหม่ที่กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าถ้าเราทำไม่ดีแล้วต่อไปเราจะสอนใคร ถึงสอนเขาก็ไม่ฟังเพราะตอนก่อนนั้นเรายังดื้อเรายังเถียงใช่ไหม ก็ขอให้รักนวลสงวนตัวไว้ให้ดีอย่าชิงสุกก่อนห่ามเอาละก็ขอบอกกันไว้แค่นี้ก็แล้วกันยังมีอีกมากครับที่จะเขียนไว้ครั้งก็แล้วกันครับ                      

                                      เอาละขอจบนะครับ อย่าว่าผมเขียนแรงนะครับ ที่ผมเขียน

 อยากให้เยาวชนของชาติเป็นคนดีกันทุกคน เพราะผมก็อายุมากแล้วก็ต้องฝากประเทศ

 ให้คนที่เป็นวัยรุ่นในขณะนี้ ถ้าวัยรุ่นวันนี้ทำตัวไม่ดีเสียแล้วประเทศของเราจะเป็น

 อย่างไร ขอให้ทุกคนเข้าใจที่ผมเขียนด้วยนะครับ เพราะวัยรุ่นทุกคนผมก็ไม่รู้จักสักคน

 แต่ผมอยากให้วัยรุ่นในสังคมของเราเป็นคนดีครับ จริงๆคนดีของสังคมเรามีมากที่สร้าง

 ชื่อเสียงให้ประเทศชาติ อย่างนี้สิทำไมไม่เรียนเป็นตัวอย่างกันแต่อย่างไรเสียวัยรุ่นทั้ง

 หลายไม่มีคำว่าสาย ที่เราจะทำตนให้เป็นคนดีได้ สังคมยินดีคนที่รู้จักคำว่าผิดแล้ว

 แก้ไข นี่คือสังคมไทยของเราอย่าลืมนะครับไม่มีคำว่าสายที่จะกลับตัวเป็นคนดี 

 และทำดี 

 

 

คนใจต่ำ

ผู้ทำลาย ย่ำยีสิ่งที่ไม่ควรกระทำ
 สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านนับเป็นเวลาเป็นเดือนที่ผมไม่ได้เขียนบทความมาให้ท่านได้อ่านกันที่เป็นเช่นนี้เพราะผมจัดรายการวิทยุจึงต้องคอยหาโฆษณามาลงในรายการวิทยุครับจึงไม่ได้เขียนแต่วันนี้นับว่าเป็นโอกาสดีของผม
ที่เข้ามาเขียนผมว่าจะเข้ามาเขียนหลายวันแล้วแต่นี่เพิ่งจะว่าง วันนี้ผมก็มาเขียนเรื่องย่ำยี ผมดูข่าวและอ่านข่าวแล้วผมสลดใจมากที่คนนับถือสาสนาพุทธแท้ๆทำไมถึงได้มีจิตใจต่ำช้ามากที่ไปขะโมยของวัดตามที่ผมเคยเขียนไว้แล้วแต่คราวนี้หนักหนาสาหัสมากที่ตัดได้แม้กระทั่งเศียรพระพุทธรูปพวกนี้เป็นมนุษย์หรือเปล่าไม่ทราบจะขะโมยอะไรก็ยังพอทำเนาแต่นี่ตัดเศียรพระไปขายทั้งๆที่สักวันหนึ่งก็ต้องเข้าวัดพึ่งพระแต่นี่ทำลายเสียก่อนแล้วน่าสงสารเขาผู้นั้นจริงๆ เหตุที่เป็นเช่นนี้ผมว่ามาจากการห่างวัดของคนไทยทุกวันนี้เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนถึงจะมีแต่ก็ไม่ถี่เหมือนคนสมัยนี้จะอ้างว่าเงินไม่มีไม่พอกินต้องขะโมยของไปขายแต่คิดไหมว่าได้ทำบาปอย่างมหันต์เข้าแล้วเพราะคนที่ขะโมยของวัดไปนั้นก็ต้องเคยอยู่วัดกินข้าววัดและบวชพระมาก่อนแต่เวรกรรมอะไรจึงทำให้เขาเป็นเช่นนั้นไปได้ ผมจะนำเรื่องเก่ามาเล่าให้ฟังสักสองเรื่อง

เรื่องแรกนะครับ เรื่องนี้เกิดมานานประมาณยี่สิบปีมาแล้ว เขามาขอยืมของพระเครื่องครัวทำบุญนั่นแหละเช่น จาน ชาม ช้อน หม้อ เตาและอีกหลายอย่างมากมายในวัดเขาบอกว่าเป็นงานใหญ่จึงยืมมาก และบอกบ้านเลขที่ และซอยชื่อเจ้าของบ้านได้ถูกต้องทางวัดจึงให้ไป พอถึงวันไปฉันเพลพระก็ไปที่บ้านหลังนั้นตามที่ได้นิมนต์ไว้ แต่เมื่อพระไปถึงบ้านหลังนั้นกลับเป็นอันว่าบ้านนั้นไม่ได้มีงานเลย พระจึงได้รู้ว่าโดนหลอกเสียแล้วก็กลับวัด แต่จะไปแจ้งความหรือเปล่าผมจำไม่ได้ แต่หลังจากวันนั้นให้หลังไปได้ประมาณสามเดือนทางวัดก็ได้ข่าวว่าขะโมยพวกนั้นที่มาหลอกพระเอาของวัดไปนั้นบางคนโดนรถชนตาย บางคนครอบครัวแตกแยกไม่ได้อยู่ด้วยกัน บางคนเป็นบ้าไปเลย นี่คือผลกรรมที่เขาได้สร้างไว้นี่คือเรื่งจริงที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง
เรื่องที่สอง เรื่องเกิดขึ้นเมื่อประมาณสองปีที่ผ่านมานี่เองครับผมเคยเล่าไปแล้วนะครับแต่วันนี้ผมขอมาเล่าใหม่เพราะบางท่านเพิ่งจะได้อ่านกันคือวัดนี้ก็มีกระถางธูปทองเหลืองวางไว้หน้า พระแม่กวนอิม ก็มีกระถางทองเหลืองใบใหญ่วางอยู่ หนึ่งใบวางมานานแล้วอยู่มา คืนหนึ่งเวลาประมาณตีหนึ่งน่าจะได้ ก็ได้มีขะโมยมากันสองคน เพื่อจะ ขะโมยกระถางธูปทองเหลืองใบนั้นแต่ในเวลาเดียวกันพระท่าได้ตื่นมาทันเสียก่อนจึงได้ช่วยกันวิ่งตามขะโมยไปแต่ขะโมยเอากระถางธูปไปไม่ได้พอดีพระท่านตื่นมาเสียก่อน พอขะโมยถูกพระช่วยกันไล่กวดในเวลาเดียวกันขะโมยมีเพื่อนที่เป็นขะโมยด้วยกันจอดรถแอบอยู่ที่กำแพงวัดในที่มืดพอเพื่อนถูกพระวิ่งไล่มาก็สตาร์ทรถออกกันไปทันทีและในขณะที่ขะโมยทั้งสองขับรถออกไปนั้นเขาได้หันมาตะโกนให้ของลับกับพระที่ไล่กวดเขาไป นี่เป็นอย่างนี้ครับตามที่ผมได้เล่าไปแล้วครั้งก่อนแต่ท่านผู้อ่านจะเชื่อไหมครับ พอผมได้มีโอกาสผ่านไปที่วัดนี้อีกครั้งก็ได้พูดคุยกับเจ้าอาวาสวัด ท่านก็เล่าให้ผมฟังว่า โยมจำได้ไหมที่อาตมาเคยเล่าให้ฟังเรื่องขะโมยมาขะโมยกระถางธูปแล้วเอาไปไม่ได้ ผมก็บอกว่าจำได้ครับเมื่อสองปีก่อน อาจารย์ท่านก็เล่าต่อไปว่าขะโมยทั้งสองนั้นนะมีอันเป็นไปแล้วทั้งสองคนคือคนหนึ่งถูกจับได้เรื่องขะโมยของและมีคดีติดตัวอีกหลายคดีและอีกคนหนึ่งอยู่ๆ ก็พูดจาเลอะเลือน นี่ขนาดยังไม่ได้เอาของวัดไปนะโยมผมก็ถามอาจารย์ต่อไปว่าอาจารย์ไปแช่งเขาหรือเปล่า อาจารย์บอกว่าอาตมาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เป็นกรรมของเขาเองที่มาขะโมยแม้กระทั้งของวัด นี่เรื่องจริงทั้งสองเรื่องและก็สามารถพิสูจน์ได้ผมเขียนมาจากคำบอกเล่าของวัดทั้งสองแห่ง นี่ขนาดยังไม่ขะโมยนะครับและคนที่เอาของวัดไปจริงๆจะทำอย่างไรครับท่าน เท่าที่ผมเป็นเด็กวัดมานะครับคนเฒ่าคนแก่และพระท่านก็บอกว่าของที่อยู่ในวัดทั้งหมดนี้ไม่ใช่ของอาตมาไม่ใช่ของพระรูปใดรูปหนึ่งแต่ของที่อยู่ในวัดทั้งหมดนี้ญาติโยมเขาทำบุญทำกุศลให้กับทางวัด เขาจบเขายกมือท่วมหัวแล้ว ฉะนั้นใครก็เอาของวัดไปใช้ส่วนตัวไม่ได้แต่ถ้ายืมไปใช้งานในแต่ละครั้งนั้นได้แต่จะยึดเป็นของตนเองไม่ได้ถ้าใครเอาไปจะมีอันเป็นไปในทางไม่ดีทุกคน นี่ครับเท่าที่ผมรู้มา แล้วถ้ามีใครนำของวัดมารู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เมื่อรู้แล้วกรุณานำไปคืนวัดนะครับ นี่ผมมีอีกเรื่องหนึ่งนะครับพอดีนึกขึ้นได้ผมเล่าเลยละกันเรื่องนี้ก็เกิดมาได้สิบกว่าปีแล้วครับ คนที่ผมรู้จักกันคนนี้เขารับราชการแต่เงินเดือนน้อยแต่เป็นคนชอบเข้าวัดเป็นประจำก็มีอยู่ครั้งหนึ่งทางวัดก็จะมีงานทอดผ้าป่าก็ได้รับซองผ้าป่าเพื่อจะช่วยทางวัด ผมก็เอาซองมาด้วยเหมือนกันต่างคนต่างแจกเสร็จแล้วก็เก็บซองผ้าป่านั้นไปส่งให้ทางวัดส่วนผมส่วให้เรียบร้อยแต่พี่คนที่ผมรู้จักนั้นช่วงนั้นพอดีเขาขัดสนเรื่องเงินมากจึงได้แกะซองผ้าป่าแล้วนำเงินนั้นไปใช้ส่วนตัวและในครอบครัว อยู่ต่อมาเขาไม่สบายเป็นประจำเงินเดือนก็ไม่ขึ้น ถูกหัวหน้างานเพ่งเล็งคือทำอะไรไม่ดีไปหมดผัวเมียไม่เคยทะเลาะกันก็ต้องมาทะเลาะอย่างนี้อยู่เป็นประจำพี่คนนี้ก็มาบ่นกับผมว่าทำไมครอบครัวของเขาถึงเป็นอย่างนี้ คือพี่คนนี้เขาสนิดกับผมมากพอเขามาปรึกษาผม ผมก็รู้แล้วว่าเป็นเพราะด้วยเหตุอะไร ผมก็เลยบอกเขาไปว่า พี่พี่ ถ้าผมพูดอะไรบางอย่างจะโกรธผมไหม พี่เขาบอกว่าบอกมาเถอะจะให้ทำอะไรถึงจะดีขึ้น ผมก็บอกว่าพี่ไม่โกรธแน่นะเขาพี่เขาก็ให้คำมั่นกับผม ผมจึงบอกไปว่า พี่จำได้ไหมมีอยู่ครั้งหนึ่งพี่นำซองผ้าป่ามาแจก พอเก็บซองผ้าป่าได้แล้ว พี่ไม่นำเงินไปคืนกับทางวัดพี่กลับนำเงินมาใช้เสียเอง เมื่อพี่เขาได้ฟังอย่างนี้พี่คนนี้เขาตกใจมากคือเขานึกไม่ถึงและลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แล้วพี่เขาก็บอกว่าถ้าจะจริงเพราะจำได้แล้วตั้งแต่นำเงินวัดตรงนั้นมาใช้ ใช่แล้วรู้สึกว่าครอบครัวและตัวเขาไม่มีความสุขเลย ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรพี่เพียงแต่ใจที่จะนำเงินไปคืนวัด พี่ก็ไม่เป็นอะไรแล้วเดี้ยวก็ดีเหมือนเดิม หลังจากวันนั้นพี่คนนี้ก็นำเงินจำนวนที่เอาไปแล้วเล่าให้หลวงพ่อฟังทั้งหมด หลวงพ่อบอกว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะเงินที่เขาทำบุญมานั้นเขาจบมาแล้วเพื่ออุทิศให้กับญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วและให้เจ้ากรรมนายเวรของเขาทีนี้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วและเจ้ากรรมนายเวรเขารอของเขาอยู่เขาไม่ได้รับเขาก็โกรธนะสิจึงมาทำให้ครอบครัวของเราเดือดร้อน แต่ไม่เป็นไรเราเดือดร้อนเลยเอาไปใช้แต่นี่โยมนึกขึ้นได้แล้วนำเงินจำนวนนั้นมาคืนก็จบไม่มีอะไรแล้วไปจุดธูปไหว้พระขอพรจากท่านจะได้ดีขึ้นนะโยมและหลังจากที่นำเงินคืนทางวัดไปแล้วพี่คนนี้ก็ดีขึ้นเมียที่เคยตกงานก็ได้งานทำลูกำที่เกเรก็หยุดเกเร นี่คือเรื่องคนที่ทำไม่ดีกับวัดผลมันจะเกิดขึ้นเองโดยที่ทางวัดหลวงพ่อ เจ้าอาวาสวัดท่านก็ไม่ได้โกรธเคืองหรือสาปแช่งมันเกิดขึ้นเอง เป็นไปได้อย่างไรผมก็ตอบไม่ได้ ฉะนั้นท่านทั้งหลายที่อ่านเรื่องของผมแล้วก็บอกต่อไปด้วยนะครับเพื่อจะได้เป็นกุศลกับตัวท่านเองด้วยเพราะคนทุกวันนี้ห่างวัดมากไม่รู้เลยว่าเวรกรรมเป็นอย่างไรผมขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าที่ผมเล่ามาให้ท่านได้อ่านนี้เป็นเรื่องจริง
สุดท้ายนี้ผมขอให้ทุกท่านจงมีความสุขมีศิลธรรมอยู่ในกายอยู่ในใจกันทุกคนนะครับ
สวัสดีครับ จากแก้ว สาริกา
http://www.sarika.sub.cc khewsarikaวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 

 


ตนไม่เตือนตนแล้วใครจะเตือนตน

คิดผิด     สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพทุกทุกท่าน                                                                       วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมได้มานั่งเขียนไปและเศร้าใจกับพวกผู้ชายที่แสนเลวทั้งหลายที่ชอบเป็นมารสังคมหลายๆเล่ห์เหลี่ยมด้วยกันมีร้อยแปดพันประการของเล่ห์มนุษย์ที่ค้นคว้าหาทางมาหลอกกันไปวันๆ ไม่ต้องทำมาหากินอะไรเอาแต่หลอกลวงกันเรียกว่าตั้งหน้าตั้งตาหลอกกันอย่างเดียว ทั้งๆที่ไม่มีโรงเรียนไหนเลยที่สอนวิชาเจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่ทุกคนก็เรียนและถ่ายทอดเอามาหลอกกัน โรงเรียนที่เขาสอนให้เป็นคนดีมีอาชีพการงานที่ดีก็ไม่เรียนใส่ตัวประกอบวิชาอาชีพที่สุจริตทำกินก็ไม่เอา จ้องเรียนวิชาที่เป็นมารสังคมชอบทำให้สังคมเดือดร้อน และเวลาถูกตำรวจจับได้ก็บอกว่าเพื่อนๆพาไปแต่ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองนะเป็นคนพาตัวเองไปหาสิ่งที่ไม่ดีและรวมห้วในกลุ่มไม่ดี วางแผนชั่วกันร้อยแปด นี่ผมอารัมพะบทมามากไปหน่อย อย่าว่าผมนะครับเพราะผมอัดอั้นตันใจกับสังคมของเรามากจึงสาธยายมากไปหน่อย ขอเข้าเรื่องนะครับที่ผมจะพูดวันนี้ก็คือ เรื่องการเล่นอินเตอร์เนท ที่เรียกว่าเล่นแชทนะครับเล่นกันไปเล่นกันมาให้เบอร์โทรแล้วก็นัดกันพบเจอกันและนัดไปหลับนอนกัน ส่วนผู้ชายก็ระยำดีแท้ยังถ่ายรูปไว้แบลคเมล์ผู้หญิงอีก นี่มันเลวถึงขนาดนี้เลย และก็เป็นข่าวตำรวจเขาก็จับได้ เข้าคุกตะรางกันไป บางรายบอกว่าลูกสาวอายุยังน้อยเล่นแชทและหายไปหลายวันแล้วเป็นตายยังไงไม่รู้ นี่หัวอกพ่อแม่แทบใจสลายเลยครับ                   ผมก็มีลูกผู้หญิงเหมือนกันและก็หนักใจเหมือนพ่อแม่ทุกคน ของผมหนักมากครับ ผมพาลูกสาวไปร้องเพลงกับวงวัยรุ่นคณะหนึ่งซึ่งไม่รู้จักกันแต่จากการแนะนำจากคนสนิทกันก็เลยไป มาจับได้ทีหลังว่ามือกลองมาจีบลูกสาวผม ผมเรียกมาถามตอนแรกปากแข็งไม่รับแต่ตอนหลังพูดหน้าด้านมาก มันบอกว่าผมจีบไม่ได้หรือ ผมรับส่งไม่ได้หรือ ผมรักไม่ได้หรือ ผมบอกว่าที่พูดมานี่ใช้ไม่ได้เลย นี่ขนาดพ่อมาคุมยังจะมาลูบคมผู้ชายด้วยกัน แน่จริงหรือต้องการอย่างนั้นก็ได้ลงมาจากรถได้เลยเดี้ยวนี้หรือวันนี้ไม่พร้อมวันหน้าก็ได้หรือจะเล่นลับหลังก็ได้จะรอ มีเมียแล้วนะ ผมบอกนายนี่ทำให้สังคมเสียหายผู้หญิงเขามาหาประสบการณ์ด้านร้องเพลงก็จะเล่นเสียแล้ว ที่ผมเล่ามานี้พูดแรงกว่านี้มาก แล้วผมก็ไม่ให้ลูกผมไปร้องเพลงอีกเลย    นี่มีอีกเรื่องกลัวจะลืมเลยขออนุญาติเขียนนะครับผมจะไม่บอกนะครับว่าโรงเรียนไหนที่ไหนแต่จะเล่าให้ฟังไว้ระวังบุตรหลานของทุกท่านด้วย อย่าว่าผมนะ ทางโรงเรียนก็จัดรถให้นักเรียนไปฟังธรรมกัน แต่พอรถออกไปแล้วจะมีผู้ชายสองคนมาเอารถมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้และก็ออกไปแต่อีกคันหนึ่งขับรถไปรับนักเรียนหญิงที่หลบอยู่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ผู้ชายไปด้วยกัน แล้วอย่างนี้เราจะทำอย่างไร นี่คือปัญหาผมก็มีลูกผู้หญิงเช่นเดียวกัน สอนมากมายจนแทบไม่อยากจะสอน อย่างที่คนโบราณเขาว่ามีลูกผู้หญิงเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน มีลูกชายให้ระวังจะเป็นอันธพาลนักเลงโตก็เล่าให้ฟังครับ ก็มีวิธีอะไรก็ค่อยๆแก้ไขกันนะครับ ผมขอเอาใจช่วยผู้ที่เป็นพ่อคนแม่คนทุกท่าน และถ้ามีผู้อ่านที่อายุน้อยได้มีโอกาสอ่านข้อเขียนของผมก็ให้คิดกันนะว่าเราจะทำตามตัวอย่างที่ไม่ดีในข้อเขียนนี้หรือไม่ ต้องถามใจตัวเองให้แน่นแล้วปฏิบัติและถามใจตัวเองด้วยว่าเรารักพ่อแม่เราไหม ถ้าบอกว่ารักก็อย่าทำในสิ่งที่ไม่ดี ถ้าเราบอกว่าไม่รักพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ดุด่าว่าเรา เราก็ต้องถามตัวเองออกไปอีกว่า ทำไมพ่อแม่จึงเอาแต่ตำหนิเรา เวลาจะทำหรือคิดอะไรอย่าเข้าข้างตัวเองจนเกินไปนัก เพราะไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่รักลูก ก็ขอให้ลูกทั้งหลายจงจำกันให้ดีอย่าอ้างว่าเพื่อนพาไป เพราะเพื่อนเขาชวน ถ้าเราไม่ไปซะอย่าง นี่เราเป็นไปกับเพื่อนเพราะฉะนั้นอย่าไปโทษใครโทษตัวเองนะจำไว้


               3. เรื่อง กรรมสนอง          สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านที่ได้ติดตามงานเขียนของผมมาตลอด ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้อ่านด้วยนะครับ บางครั้งการเขียนของผมอาจจะสะกดอักษรผิดบ้าง  

       วันนี้ผมก็มีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีกเช่นเคยวันนี้ผมนำมาให้ท่านได้ฟังกัน สามเรื่อง  

  เรื่องที่ หนึ่ง เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่งอายุประมาณ สี่สิบกว่าปี เลี้ยงแมวไว้แล้วแมวเข้ามาเดินพันขาตลอดเวลา ขณะทำกับเขาก็เกิดความรำคาญเลยเอาน้ำร้อนที่ร้อนอยู่บนเตาราดลงไปที่แมวตัวเล็กน้ำร้อนได้ไปลวกขาแมวๆขาถลอกมีแผลเป็นทันตาเห็นและแมวก็งอขาไม่ได้หนังที่ผิวหนังยึดติดกัน จึงทำให้เดินไม่สะดวกเวลาเดินต้องเดินสามขาๆอีกขาข้างหนึ่งก็คอยแต่เขย่งไป แต่ในเวลาเดียวกันชายคนนั้นก็มีปัญหาคือขาเจ็บเกิดจากเหตุอะไรไม่ทราบเพราะคนที่เล่าให้ฟังเล่าไม่จบก็ สรุปว่า นี่เห็นไหมคนเราทำได้กระทั้งสัตว์เดรัจฉาน คนอะไรใจดำจริงๆยาก็ไม่ใส่ให้มัน  

 เรื่องที่สอง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดมานนานประมาณ ห้าสิบกว่าปีผ่านมาแล้ว คือมีครอบครัวหนึ่งอยู่กันสองคนผัวเมียและมีสุนัขตัวเล็กกำลังซนอยู่สองตัว ผัวชอบกินน้ำตาลเมา พอเมาดีแล้วกลับมาบ้านชอบทะเลาะกับเมียเป็นอย่างอยู่ประจำ ก็มีอยู่วันหนึ่งผัวกินน้ำตาลเมาๆมากวันนั้นมาถึงบ้านก็ทะเลาะกับเมียอีกแต่วันนี้ทะเลาะกันแรงมาก คว้ามีดมาจะฟันเมียแต่ทำอะไรเมียไม่ได้ก็พาลมาทะเลาะกับหมาที่เลี้ยงไว้เพราะขณะที่ทะเลาะกับเมียอยู่นั้นหมาก็เห่าว่าอย่างนั้นเถอะ คนเมาคงจะรำคาญมีดที่อยู่ในมือก็ฟันไปที่หมาตัวหนึ่งถูกที่คอๆขาดเลยส่วนอีกตัวหนึ่งเป็นแผลเหวอะหวะไปทั้งตัวแต่ก็ตายด้วยเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว แต่คนเมาเหล้าคนนี้อยู่ต่อมาไม่นานประมาณ สองเดือนเขาก็ถูกแทงตายด้วยเรื่องของคนเมาด้วยกันนั่นเอง 

  เรื่องที่ สาม  เรื่องนี้เป็นเรื่องตัวผมเองแต่เป็นเรื่องที่เกิดมาประมาณ ห้าสิบปีมาแล้วเพราะตอนนั้นผมเป็นเด็กวัดมีอายุได้ประมาณเจ็ดถึงแปดขวบถ้าจำไม่ผิด เพราะพ่อผมบวชพระที่วัดใกล้บ้านผมก็ไปเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อผม มีอยู่วันหนึ่งผมก็นั่งกินข้าวอยู่และมีแมวนั่งดูผมกินข้าวอยู่ด้วยตัวหนึ่ง แต่พอดีลุกขึ้นไปตักน้ำมากินในเวลาเดียวกันแมวตัวนั้นผมเดินกลับมาก็กินปลาที่ผมกำลังจะกินอยู่เอาไปกินผมเกิดความโมโหมากในช่วงเวลานั้นผมจับแมวตัวนั้นได้ผมตีแมวตัวนั้นและจับแมวแขวนคอและยกขึ้น(แต่แมวตัวนั้นยังไม่ตายนะครับ) เพราะพอดีหลวงพ่อเดินออกมาจากกุฏิเห็นผมทำอย่างนั้นก็ดุผมและลงโทษผมคือเอาไม้เรียวตีผมบอกว่าการทำอย่างนี้ไม่ดีมันบาปแมวจะไปรู้เรื่องอะไรมันกินแล้วก็ปล่อยมันสิ และหลังจากวันนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ท่านเชื่อไหมผมปวดหัวและปวดตรงต้นคอตลอดเวลาถึงจะกินยาแก้ปวดแล้วก็ไม่หายปวด ทรมานมากครับแม้แต่จะทำบุญอุทิศบุญกุศลไปให้แล้วก็ยังไม่หายเลย เวลานี้ผมก็ยังปวดอยู่นี่คือกรรมเวรที่เราก่อไว้ในอดีตตอนนั้นผมเป็นเด็กซึ่งยังไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยว่าบาปเป็นอย่างไรนี่ขนาดผมยังไม่รู้เรื่องเลย บาปนั้นยังตามเกาะกุมทำให้ผมปวดต้นคออยู่ตลอดเวลา ท่านผู้อ่านครับนี่เป็นเรื่องจริงจากตัวผมเอง ทุกวันนี้พอก็ยังสำนึกอยู่เลยว่าต้องอดทนเพราะมันเป็นกรรมของเราเพราะเราไปทำกับเขาก่อนผมเสียใจมาก นี่ผมเขียนให้ท่านได้อ่านกันนี้ผมก็น้ำตาซึมเลยนะครับ ฉะนั้นท่านผู้อ่านทุกท่านที่ได้อ่านเรื่องที่ผมเล่ามานี้ผมบอกได้เลยครับว่าบาปนั้นมีจริงใครอะไรไว้อย่างไรจะได้ผลตอบแทนอย่างนั้นในลักษณะใกล้เคียงกันแต่จะไม่เหมือนเลยทีเดียวก็เหมือนดั่งที่เขาบอกไว้ว่าเราปลูกต้นไม่เช่นไรก็ได้ผลของมันเช่นนั้น ขอให้ท่านผู้อ่านทำดีกันไว้นะครับอย่าว่าผมมาสอนท่านนะครับเพราะผมเจอมาแล้วผมไม่อยากให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายต้องมารับกรรมเช่นกัน บางคนบอกว่าไม่เป็นไรไม่บาปหร๊อกอย่าเชื่อนะครับ  ไว้โอกาสต่อไปผมจะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ วันนี้ สามเรื่องสั้นครับแต่ก็เห็นว่ามีคุณค่าผมเลยนำมาเขียนให้ท่านได้อ่านกันครับให้ไว้อ่านเป็นอุทาหรณ์ว่าคนเราเกิดมาในโลกนี้ก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน อย่าได้ใจดำต่อกันไม่ว่าจะเป็นคนหรือเป็นสัตว์ เราต้องมีความเมตตาต่อกันถ้าเราไม่มีเมตตาต่อกันแล้ว มัวแต่ใจร้ายไม่รักกันโลกที่เราอยู่จะมีความสุขได้อย่างไร เพราะเรามัวแต่รังเกียจกัน ไม่คิดพึ่งพาซึ่งกันและกันต่างคนต่างอยู่ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ผมก็ขอวิงวอนให้ทุกท่านมีเมตตาธรรมต่อกัน จงหันหน้าเข้าหากัน ยิ้มเข้าหากัน จะไม่ดีกว่าหรือ สังคมที่เราอยู่ได้ให้มีความสุขนั้น คนในสังคมต้องรักกันมีความเมตตาต่อกันมีการให้อภัยซึ่งกันและกันไม่ใช่หันหน้าเข้าห้ำหั่นให้บาดเจ็บหรือตายกันไปข้างหนึ่ง อย่าลืมนะครับไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ก็มีความรักด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นในเมื่อเราเกิดมาเป็นมนุษย์ก็นับว่าโชคดีมากอยู่แล้ว เราต้องรู้จักเป็นผู้ให้และรู้จักคำว่า มีเมตตาธรรมและคุณธรรม ด้วย                                                                            

4. วิธีใช้หนี้พ่อแม่                                                                                                                                               วิธีใช้หนี้พ่อแม่ไม่ยากเลย จงสร้างความดีให้กับตัวเอง และหนี้ก็เป็นการใช้หนี้ตัวเอง ตัวเราพ่อให้หัวใจ แม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองอยู่ในตัวแล้วจะไปแสวงหาแม่ที่ไหน บางคนรัเกียจแม่ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียนยืดเยื้อกันต่อไปอีก  สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

  • พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก ไม่ต้องไปตามพระอรหันต์ที่ไหนหรอก เหลียวดูพ่อแม่ในบ้านบ้าง แล้วท่านจะรู้สึกว่า ได้ทำดีตั้งแต่วันนี้แล้ว 

  • อย่ายืนพูดกับพ่อแม่ อย่าบังอาจกับพ่อแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก ก่อนออกจากบ้านจึงต้องกราบพ่อแม่ 3 หนที่เท้า 

  • ท่านโปรดจำไว้ วันเกิดของลูก คือวันตายของแม่ เพราะวันที่ลูกเกิดนั้น แม่อาจต้องเสียชีวิต การออกศึกสงครามเป็นการเสี่ยงชีวิต สำหรับคนเป็นพ่อฉันใด การคลอดลูกก็เป็นการเสี่ยงตาย สำหรับคนเป็นแม่ฉันนั้น 

  • ถ้าวันเกิดเลี้ยงเหล้า จดไว้ได้เลย จะอายุสั้นจะบั่นทอนอายุให้สั้นลง น่าจะสวดมนต์ไหว้พระปฏิบัติธรรมให้พ่อ แม่ วันเกิดของเรา คือวันตายของแม่เรา ไปกราบพ่อกราบแม่ ขอพรพ่อแม่รับรองพ่อแม่ให้พรลูกรวยทุกคนไปเลี้ยงพ่อแม่ให้อิ่มค่อยไปเลี้ยงเพื่อน 

  • สอนเด็กว่าวันเกิดของเรา อย่าพาเพื่อนมาให้พ่อแม่ทำครัวเลี้ยงนะ เธอจะบาป ทำมาหากินไม่ขึ้น เธอต้องเลี้ยงพ่อแม่ให้อิ่มก่อนแล้วจึงไปเลี้ยงเพื่อนทีหลัง

  • ใครที่แม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะทำบุญด้วยเจริญกรรมฐาน แล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ถือว่าได้บุญมากที่สุดทั้งฝ่ายผู้ให้และฝ่ายผู้รับ

  • ผู้ใดก็ตามที่มีคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้กลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่าน ก็นำเทียนแพรไปกราบขออโหสิกรรม ล้างเท้าให้ท่านด้วยเป็นการขอขมาลาโทษ

  • คนที่มีบุญวาสนา จะกตัญญูกับพ่อแม่ คนเถียงพ่อแม่เอาดีไม่ได้ คนไม่พูดกับพ่อแม่นั่งกรรมฐานร้อยปี ก็ไม่ได้อะไรเลย ถ้าไม่ขออโหสิกรรม

  • พ่อแม่สมัยใหม่ ไม่มีเวลาใกล้ชิดลูกเวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันหมดไปกับการทำธุรกิจ หาทรัพย์สินเงินทอง มาปรนเปรอให้กับลูกหลาน หาวัตถุสิ่งของที่จะสนองความต้องการของลูก เพื่อความสุขความสบาย บ้างก็หาหนังให้ลูกดู ทั้งที่ลูกยังอยู่ในวัยเรียนวัยศึกษา แล้วลูกไม่ดีขึ้นมาในภายหลัง อย่าไปด่าลูกนะ เพราะพ่อแม่เป็นคนก่อสร้างปลูกนิสัยลูกและพ่อแม่ไม่ให้ความอบอุ่นแก่ลูกไม่ให้การแนะแนวแก่ลูก

  • โบราณท่านว่าไว้มีลูกมีหลานจะต้องแต่งใจลูกแต่งตัวลูกและแต่งงานลูกก็คือพาลูกพาหลานไปวัด ให้มีความสัมพันธ์กับวัด เห็นพระสงฆ์สอนลูกสอนหลานยกมือไหว้พระ อยู่บ้านก็สอนลูกสวดมนต์ไหว้พระ ให้มีค่านิยมพื้นฐาน

  • ห่วงผูกคอคือจะกินอะไรก็ห่วงลูก พ่อแม่ถึงจะหิวอย่างไร หากว่าลูกอยากรับประทานก็ต้องให้ลูกก่อนไม่เช่นนั้นแล้ว มันจะติดอยู่ที่คอ ห่วงผูกแขน คือสามีภรรยา ห่วงผูกขา คือทรัพย์สมบัติ

  • พ่อแม่ต้องสร้างความดีไว้ให้กับลูก ทำถูกไว้ให้กับหลานรักให้ถูกวิธีทำความดีให้ลูกดู เดี๋ยวนี้ทำความชั่วให้ลูกดู กินเหล้าให้ลูกเห็น เล่นการพนันให้ลูกเห็น ทะเลาะกันให้ลูกได้ยิน ขอฝากพ่อบ้านแม่บ้านไว้ด้วย ถ้าเกิดจำเป็นจะทะเลาะกัน อย่าให้ลูกได้ยินเกิดจะน้ำตาไหลขึ้นมาโปรดกรุณาไปร้องในห้องสุขาอย่าไปร้องให้ลูกเห็น

  • แม่นั้นสำคัญมากแม่ต้องรักษาลูกไว้ แม่ที่ดีต้องเป็นแม่แบบ แม่แผน แม่แปลน แม่บันได แม่บ้าน แม่เรือน อยู่ตรงนี้ลูกจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับแม่เป็นหลักให้ลูก ไม่ใช่พ่อ ถึงพ่อจะดีแสนดี แต่แม่ฉุยแฉกแตกราน สุรุ่ยสุร่าย ไม่รู้จักเก็บงำให้ดี ไม่เป็นแบบที่ดีของลูกรับรองเจ๊งแน่ๆ

                     สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพที่ได้ติดตามบทความผมมาตลอดพอดีมีคนเอาหนังสือประกอบธรรมมาให้ผมอ่านเห็นมีคติดีมาก ผมเลยเอาข้อความเหล่านั้นมาให้ท่านได้อ่านกันครับจากหนังสือของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโมวัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรีชื่อเรื่อง วิธีใช้หนี้พ่อแม่อยู่ในหน้า 3 – 29 และก็ยังมีอีกหลายเล่มครับ และผมก็ยังมีเรื่องที่ผมจะมาเขียนให้ท่านได้กันก็ยังมีอีกมากครับ                     

        ท่านสามารถติดตามรายการธรรมะได้ที่วิทยุออนไลน์ได้  24 ชั่วโมง

 
http://www.khewsarika.com      
 
หรือท่านจะเขียนมาคุยกับผมก็ได้ที่ sarikaradio@gmail.com
สำหรับวันนี้สวัสดีครับจาก แก้ว
     ผู้ทำลาย ย่ำยีสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

          สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านนับเป็นเวลาเป็นเดือนที่ผมไม่ได้เขียนบทความมาให้ท่านได้อ่านกันที่เป็นเช่นนี้เพราะผมจัดรายการวิทยุจึงต้องคอยหาโฆษณามาลงในรายการวิทยุครับจึงไม่ได้เขียนแต่วันนี้นับว่าเป็นโอกาสดีของผม ที่เข้ามาเขียนผมว่าจะเข้ามาเขียนหลายวันแล้วแต่นี่เพิ่งจะว่าง วันนี้ผมก็มาเขียนเรื่องย่ำยี ผมดูข่าวและอ่านข่าวแล้วผมสลดใจมากที่คนนับถือสาสนาพุทธแท้ๆทำไมถึงได้มีจิตใจต่ำช้ามากที่ไปขะโมยของวัดตามที่ผมเคยเขียนไว้แล้วแต่คราวนี้หนักหนาสาหัสมากที่ตัดได้แม้กระทั่งเศียรพระพุทธรูปพวกนี้เป็นมนุษย์หรือเปล่าไม่ทราบจะโขมยอะไรก็ยังพอทำเนาแต่นี่ตัดเศียรพระไปขายทั้งๆที่สักวันหนึ่งก็ต้องเข้าวัดพึ่งพระแต่นี่ทำลายเสียก่อนแล้วน่าสงสารเขาผู้นั้นจริงๆ เหตุที่เป็นเช่นนี้ผมว่ามาจากการห่างวัดของคนไทยทุกวันนี้เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนถึงจะมีแต่ก็ไม่ถี่เหมือนคนสมัยนี้จะอ้างว่าเงินไม่มีไม่พอกินต้องขะโมยของไปขายแต่คิดไหมว่าได้ทำบาปอย่างมหันต์เข้าแล้วเพราะคนที่ขะโมยของวัดไปนั้นก็ต้องเคยอยู่วัดกินข้าววัดและบวชพระมาก่อนแต่เวรกรรมอะไรจึงทำให้เขาเป็นเช่นนั้นไปได้ ผมจะนำเรื่องเก่ามาเล่าให้ฟังสักสองเรื่อง  

เรื่องแรกนะครับ เรื่องนี้เกิดมานานประมาณยี่สิบปีมาแล้ว เขามาขอยืมของพระเครื่องครัวทำบุญนั่นแหละเช่น จาน ชาม ช้อน หม้อ เตาและอีกหลายอย่างมากมายในวัดเขาบอกว่าเป็นงานใหญ่จึงยืมมาก และบอกบ้านเลขที่ และซอยชื่อเจ้าของบ้านได้ถูกต้องทางวัดจึงให้ไป พอถึงวันไปฉันเพลพระก็ไปที่บ้านหลังนั้นตามที่ได้นิมนต์ไว้ แต่เมื่อพระไปถึงบ้านหลังนั้นกลับเป็นอันว่าบ้านนั้นไม่ได้มีงานเลย พระจึงได้รู้ว่าโดนหลอกเสียแล้วก็กลับวัด แต่จะไปแจ้งความหรือเปล่าผมจำไม่ได้ แต่หลังจากวันนั้นให้หลังไปได้ประมาณสามเดือนทางวัดก็ได้ข่าวว่าขะโมยพวกนั้นที่มาหลอกพระเอาของวัดไปนั้นบางคนโดนรถชนตาย บางคนครอบครัวแตกแยกไม่ได้อยู่ด้วยกัน บางคนเป็นบ้าไปเลย นี่คือผลกรรมที่เขาได้สร้างไว้นี่คือเรื่งจริงที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง

เรื่องที่สอง เรื่องเกิดขึ้นเมื่อประมาณสองปีที่ผ่านมานี่เองครับผมเคยเล่าไปแล้วนะครับแต่วันนี้ผมขอมาเล่าใหม่เพราะบางท่านเพิ่งจะได้อ่านกันคือวัดนี้ก็มีกระถางธูปทองเหลืองวางไว้หน้า พระแม่กวนอิม ก็มีกระถางทองเหลืองใบใหญ่วางอยู่ หนึ่งใบวางมานานแล้วอยู่มา คืนหนึ่งเวลาประมาณตีหนึ่งน่าจะได้ ก็ได้มีขะโมยมากันสองคน เพื่อจะ ขะโมยกระถางธูปทองเหลืองใบนั้นแต่ในเวลาเดียวกันพระท่าได้ตื่นมาทันเสียก่อนจึงได้ช่วยกันวิ่งตามขะโมยไปแต่ขะโมยเอากระถางธูปไปไม่ได้พอดีพระท่านตื่นมาเสียก่อน พอขะโมยถูกพระช่วยกันไล่กวดในเวลาเดียวกันขะโมยมีเพื่อนที่เป็นขะโมยด้วยกันจอดรถแอบอยู่ที่กำแพงวัดในที่มืดพอเพื่อนถูกพระวิ่งไล่มาก็สตาร์ทรถออกกันไปทันทีและในขณะที่ขะโมยทั้งสองขับรถออกไปนั้นเขาได้หันมาตะโกนให้ของลับกับพระที่ไล่กวดเขาไป นี่เป็นอย่างนี้ครับตามที่ผมได้เล่าไปแล้วครั้งก่อนแต่ท่านผู้อ่านจะเชื่อไหมครับ พอผมได้มีโอกาสผ่านไปที่วัดนี้อีกครั้งก็ได้พูดคุยกับเจ้าอาวาสวัด ท่านก็เล่าให้ผมฟังว่า โยมจำได้ไหมที่อาตมาเคยเล่าให้ฟังเรื่องขะโมยมาขะโมยกระถางธูปแล้วเอาไปไม่ได้ ผมก็บอกว่าจำได้ครับเมื่อสองปีก่อน อาจารย์ท่านก็เล่าต่อไปว่าขะโมยทั้งสองนั้นนะมีอันเป็นไปแล้วทั้งสองคนคือ คนหนึ่งถูกจับได้เรื่องขะโมยของและมีคดีติดตัวอีกหลายคดีและอีกคนหนึ่งอยู่ๆ ก็พูดจาเลอะเลือน นี่ขนาดยังไม่ได้เอาของวัดไปนะโยมผมก็ถามอาจารย์ต่อไปว่าอาจารย์ไปแช่งเขาหรือเปล่า อาจารย์บอกว่าอาตมาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เป็นกรรมของเขาเองที่มาขะโมยแม้กระทั้งของวัด นี่เรื่องจริงทั้งสองเรื่องและก็สามารถพิสูจน์ได้ผมเขียนมาจากคำบอกเล่าของวัดทั้งสองแห่ง นี่ขนาดยังไม่ขะโมยนะครับและคนที่เอาของวัดไปจริงๆจะทำอย่างไรครับท่าน

            เท่าที่ผมเป็นเด็กวัดมานะครับคนเฒ่าคนแก่และพระท่านก็บอกว่าของที่อยู่ในวัดทั้งหมดนี้ไม่ใช่ของอาตมาไม่ใช่ของพระรูปใดรูปหนึ่งแต่ของที่อยู่ในวัดทั้งหมดนี้ญาติโยมเขาทำบุญทำกุศลให้กับทางวัด เขาจบเขายกมือท่วมหัวแล้ว ฉะนั้นใครก็เอาของวัดไปใช้ส่วนตัวไม่ได้แต่ถ้ายืมไปใช้งานในแต่ละครั้งนั้นได้แต่จะยึดเป็นของตนเองไม่ได้ถ้าใครเอาไปจะมีอันเป็นไปในทางไม่ดีทุกคน นี่ครับเท่าที่ผมรู้มา แล้วถ้ามีใครนำของวัดมารู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เมื่อรู้แล้วกรุณานำไปคืนวัดนะครับ

        นี่ผมมีอีกเรื่องหนึ่งนะครับพอดีนึกขึ้นได้ผมเล่าเลยละกันเรื่องนี้ก็เกิดมาได้สิบกว่าปีแล้วครับ คนที่ผมรู้จักกันคนนี้เขารับราชการแต่เงินเดือนน้อยแต่เป็นคนชอบเข้าวัดเป็นประจำก็มีอยู่ครั้งหนึ่งทางวัดก็จะมีงานทอดผ้าป่าก็ได้รับซองผ้าป่าเพื่อจะช่วยทางวัด ผมก็เอาซองมาด้วยเหมือนกันต่างคนต่างแจกเสร็จแล้วก็เก็บซองผ้าป่านั้นไปส่งให้ทางวัดส่วนผมส่วให้เรียบร้อยแต่พี่คนที่ผมรู้จักนั้นช่วงนั้นพอดีเขาขัดสนเรื่องเงินมากจึงได้แกะซองผ้าป่าแล้วนำเงินนั้นไปใช้ส่วนตัวและในครอบครัว อยู่ต่อมาเขาไม่สบายเป็นประจำเงินเดือนก็ไม่ขึ้น ถูกหัวหน้างานเพ่งเล็งคือทำอะไรไม่ดีไปหมดผัวเมียไม่เคยทะเลาะกันก็ต้องมาทะเลาะอย่างนี้อยู่เป็นประจำพี่คนนี้ก็มาบ่นกับผมว่าทำไมครอบครัวของเขาถึงเป็นอย่างนี้ คือพี่คนนี้เขาสนิดกับผมมากพอเขามาปรึกษาผม ผมก็รู้แล้วว่าเป็นเพราะด้วยเหตุอะไร ผมก็เลยบอกเขาไปว่า พี่พี่ ถ้าผมพูดอะไรบางอย่างจะโกรธผมไหม พี่เขาบอกว่าบอกมาเถอะจะให้ทำอะไรถึงจะดีขึ้น ผมก็บอกว่าพี่ไม่โกรธแน่นะเขาพี่เขาก็ให้คำมั่นกับผม ผมจึงบอกไปว่า พี่จำได้ไหมมีอยู่ครั้งหนึ่งพี่นำซองผ้าป่ามาแจก พอเก็บซองผ้าป่าได้แล้ว พี่ไม่นำเงินไปคืนกับทางวัดพี่กลับนำเงินมาใช้เสียเอง เมื่อพี่เขาได้ฟังอย่างนี้พี่คนนี้เขาตกใจมากคือเขานึกไม่ถึงและลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แล้วพี่เขาก็บอกว่าถ้าจะจริงเพราะจำได้แล้วตั้งแต่นำเงินวัดตรงนั้นมาใช้ ใช่แล้วรู้สึกว่าครอบครัวและตัวเขาไม่มีความสุขเลย ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรพี่เพียงแต่ใจที่จะนำเงินไปคืนวัด พี่ก็ไม่เป็นอะไรแล้ว    เดี้ยวก็ดีเหมือนเดิม หลังจากวันนั้นพี่คนนี้ก็นำเงินจำนวนที่เอาไปแล้วเล่าให้หลวงพ่อฟังทั้งหมด หลวงพ่อบอกว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะเงินที่เขาทำบุญมานั้นเขาจบมาแล้วเพื่ออุทิศให้กับญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วและให้เจ้ากรรมนายเวรของเขาทีนี้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วและเจ้ากรรมนายเวรเขารอของเขาอยู่เขาไม่ได้รับเขาก็โกรธนะสิจึงมาทำให้ครอบครัวของเราเดือดร้อน แต่ไม่เป็นไรเราเดือดร้อนเลยเอาไปใช้แต่นี่โยมนึกขึ้นได้แล้วนำเงินจำนวนนั้นมาคืนก็จบไม่มีอะไรแล้วไปจุดธูปไหว้พระขอพรจากท่านจะได้ดีขึ้นนะโยมและหลังจากที่นำเงินคืนทางวัดไปแล้วพี่คนนี้ก็ดีขึ้นเมียที่เคยตกงานก็ได้งานทำลูกำที่เกเรก็หยุดเกเร นี่คือเรื่องคนที่ทำไม่ดีกับวัดผลมันจะเกิดขึ้นเองโดยที่ทางวัดหลวงพ่อ เจ้าอาวาสวัดท่านก็ไม่ได้โกรธเคืองหรือสาปแช่งมันเกิดขึ้นเอง เป็นไปได้อย่างไรผมก็ตอบไม่ได้ ฉะนั้นท่านทั้งหลายที่อ่านเรื่องของผมแล้วก็บอกต่อไปด้วยนะครับเพื่อจะได้เป็นกุศลกับตัวท่านเองด้วยเพราะคนทุกวันนี้ห่างวัดมากไม่รู้เลยว่าเวรกรรมเป็นอย่างไรผมขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าที่ผมเล่ามาให้ท่านได้อ่านนี้เป็นเรื่องจริง   

 ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ชองเรา Tongue out

บทความที่น่าสนใจ ฟังวิทยุออนไลน์ หลายๆสถานี           

                สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านที่ได้เข้ามาในเวปแก้ว สาริกาผมจะเขียนเรื่องความรู้ทั่วไปประสบการณ์ต่างๆในชีวิตผมที่ผ่านมานำมาเล่าสู่กันฟังมีทั้งเรื่องในอดีตและในปัจจุบันแต่การเขียนของผมเป็นเรื่งจริงทั้งหมด ไม่มีการสมมุติเรื่อง แต่ผมจะไม่ขอบอกสถานที่จริงหรือชื่อจริงเพราะผมกลัวว่าเรามาว่าเขาตำหนิเขาหรือมายกยอกัน แต่เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องจริงทั้งหมดและผมเป็นนักจัดรายการวิทยุก็มี วิทยุออนไลน์ แก้ว สาริกาhttp://www.sarika.sub.cc/  และวิทยุชุมชน ชื่อรายการนิยมลูกทุ่งไทยและธรรม ผมจะเล่าเรื่องออกอากาศแล้วนำมาเขียนให้ท่านได้อ่านกันครับก็ขอให้ท่านได้ติดตามกันไปนะครับและถ้าท่านสนใจรายการวิทยุก็พิมพ์คำว่า แก้ว สาริกา หรือ khewsarika หรือเข้าไปที่  

 1. เรื่อง ความผิดหวังคือความทุกข์         
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
     เป็นเวลานานเป็นเดือนที่ผมไม่ได้มาเขียนบทความให้ท่านได้อ่านกันวันนี้ผมขอถือโอกาส มาเขียนให้ท่านได้อ่านกัน อย่างที่ผมเคยเขียนไว้แล้วว่าคนเรานั้นมีด้วยกัน สองอย่างคือความผิดหวังกับคำว่าสมหวัง คนที่สมหวังก็มีแต่ความสุข แต่กับคนอีกกลุ่มหนึ่งก็มีความทุกข์พร้อมกับความผิดหวัง คนเราทุกคนที่เกิดมาอยู่ในโลกปัจจุบันนี้มีวาระกรรมที่แตกต่างกันออกไป เขาจึงบอกไว้ว่าเป็นสิ่งที่เตือนใจตลอดเวลาว่าอย่า อย่า มองคนที่สูงกว่าเราแล้วอย่าเอาคนที่สูงกว่าเรามาเปรียบเทียบกับตัวเราไม่ว่ากรณีอะไร ห้ามคิด ถ้าคิดให้สูงไว้จะยิ่งทำให้เราเป็นทุกข์ มากและเป็นทุกข์ที่แก้ยากเสียด้วย ที่เป็นเช่นนี้เพราะถ้าเรามองคนที่สูงกว่าเรามาเปรียบเทียบกับเรา เราจะเกิดความท้อแท้ต่อชีวิตเพราะชีวิตทุกคนเลือกเกิดไม่ได้ แต่เกิดมาอยู่ในโลกเดียวกันได้ แต่การครองตัวแต่ละครอบครัวแตกต่างกันไป เราต้องมองตรงไปที่ บุญและกรรม ที่เรามาเกิดด้วยว่ากรรมนั้นติดตัวเรามาขนาดไหน บางคนเกิดมาในกรรมดีบางคนเกิดมาในกรรมที่ไม่ดีบางคนเกิดมาพร้อมเพราะเกิดมาครอบครัวตะกูลที่ดีเพียบพร้อมไปด้วยทรัพย์ สมบัติ และถ้าเราเกิดมา จนหากินชนิดปากกัดตีนถีบ ถ้าเราไม่คิดอะไรและไม่เอาชีวิตเราไปเปรียบเทียบกับเขา เราก็สบายใจ เราก็ทำงานหากินของเราไป แต่ถ้าเราคิดว่าทำไมหนอเกิดมาชาตินี้จึงต้องเกิดมาจน เกิดมาลำบากยากจนไม่เหมือนเขา บางคนเกิดมารูปสวยเกิดมางาม บางคนเกิดมาทุพลภาพบางคนเกิดมามีแต่ความเจ็บป่วยที่รักษาไม่หายขาดได้ ก็ขอให้ถือเสียว่านั่นคือกรรมเก่าที่ติดตัวเรามาเมื่อชาติปางค์ก่อน คนเราที่เกิดมาไม่มีอะไรที่ดีพร้อมไปหมดในชีวิตของตัวเองก็ขออย่าได้คิดอะไรถือว่าเราเกิดมามีกรรม กรรมเกิดมากับเราต่างเวลาต่างวาระกรรมกันไป ถ้า เรามัวแต่ครุ่นคิดเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วจะทำให้ชีวิตเรามีแต่เศร้าหมองไม่มีประโย ชน์อะไรเลยเสียเวลาคิดเปล่าๆถือเสียว่าเราได้เกิดมาดูโลกใบนี้ก็ดีแล้ว ส่วนที่เราจะประกอบชีวิตของเราไปได้ขนาดไหนก็อยู่ที่เราจะสร้างความอดทนให้กับตัวเราเองได้มากขนาดไหน ขอให้เอาธรรมมายึดมั่นในใจให้มากที่สุดจะดีกว่าจะทำให้เราเกิดความสุขไปอีกรูปแบบหนึ่ง ใช่ว่าคนที่เกิดมารวย จะมีความสุขเสมอไปก็หาไม่บางคนบางครัวร่ำรวยมหาศาลก็ยังไม่มีความสุขก็มีตัวอย่างให้ เราดูให้เห็นแล้วใช่ไหม ขอให้ปลงกันนะครับที่ผมเขียนมาอีกในครั้งนี้ผมก็เศร้าใจหลายชีวิตที่ต้องดับชีวิตของตัวเองด้วยน้ำมือของตัวเองท่านอย่าทำอย่างนั้นนะครับ ที่ผมเขียนอีกเพราะผมต้องการ กระตุ้นชีวิตจิตใจของผู้ที่มีใจเศร้าหมองได้รับรู้ไว้ว่าอย่างน้อยก็มีผมคนหนึ่งละที ่ยังเป็นห่วงเป็นใยทุกคนที่มีความลำบากทุกรูปแบบแล้วแต่ว่าแบกกรรมนั้นมากันอย่างไร ผมขอเอาใจช่วยด้วยเจ็บก็ขอให้อดทนรับกรรมนั้นๆเถิด และในเวลาเดียวกันขอให้สร้างคุณงามความดีให้ปรากฎต่อตัวเองและสังคมด้วย อย่าสร้างความยุ่งยากให้กับสังคม ถ้าคิดอย่างที่ผมแนะนำได้แล้วท่านต้องเป็นสุขแน่นอน และอาจจะมีความสุขเสียยิ่งกว่าคนที่ร่ำรวยกว่าเราก็ได้ ไม่รู้ล่ะผมขอเป็นกำลังใจ ให้กับทุกท่านที่เกิดมาต้องรับวิบากกรรมที่เราท่านไม่อยากได้แต่ทำอย่างไรขึ้นชื่อว่ ากรรมใคร บ้างที่อยากได้รับกรรมนั้นๆแต่เมื่อมีกรรมมาให้เรารับกรรมนั้นๆก็ขอให้รับไปเถิดแต่ใ นเวลาเดียวกันก็ขอให้ยึดมั่นพระธรรม มีธรรมประจำใจในศาสนานั้นๆเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจด้วย อย่าได้ประชดตัวเอง อย่าได้ทำร้ายตัวเอง ขอให้มันเป็นไปตามกรรมที่เราได้รับดีกว่า ถ้าคิดอย่างที่ผมเขียนมาข้างต้นนี้ได้ทุกคนก็จะมีแต่ความสุขอย่าไปมองคำว่าคนหรือคนมี ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราจะดีกว่า แต่ในเวลาเดียวกัน เราอาจชนะชีวิตของตัวเองก็ได้เพราะเรามีความมานะความอดทนเราก็ได้ยินได้พบได้เห็นอยู่แล้วทุกวันนี้แล้ว เราจะยอมแพ้ชีวิตหรือขอให้สู้ชีวิตและเอาชนะชีวิตของตัวเองให้ได้ การที่จะชนะอะไรก็สู้ชนะตัวได้ไม่มี แต่ส่วนมากไม่ค่อยชนะใจตัวเองกันได้มากนักเพราะท้อแท้ต่อชีวิตเสียมากกว่า บางคนดื่มเหล้าบางคนปล่อยตัวไปตามกาลวลาให้สูญสิ้นเวลาไปในแต่ละวัน นี่ผมได้เขียนมามากแล้วท่านผู้อ่านที่ได้อ่านบทความนี้จงช่วย คัดบทความนี้แล้วบอกต่อไปด้วยนะครับว่ายังมีคนที่ให้กำลังใจคนที่ผิดหวังอยู่ในเวลาน ี้
           สุดท้ายนี้ผมขออัญเชิญอำนาจคุณพระศรีรัตนตรับและสิ่งศักดิ์ทั้งหลายจงคุ้มครองและให้แรงจูงใจกับคนที่ผิดหวังทั้งปวงด้วยเถิด ขอให้เขาเหล่านั้นจงเป็นคนดีของสังคมและสู้กับความจริงของชีวิต อย่าถดถอยกับชีวิตวันนี้ไม่ได้มีวันนี้วันเดียวเท่านั้น ยังมีวันต่อๆไปอีกแล้วเราทำไมไม่คิดบ้างละว่าในจำนวนวันที่อยู่ข้างหน้านั้น สักวันหนึ่งวันข้างหน้านั้นอาจจะเป็นวันของเราบ้างใครจะไปรู้

         ขอให้ทุกๆท่านจงมีความสุขอย่าเจ็บอย่าจน จงอดทนเพื่อวันของเราและขอให้ยึดในคำสอนของศาสนาให้มั่นคงเพื่อชีวิตจะได้ดับทุกข์ได้ จะมีจะจนอย่างไรก็ขอให้ยึดมั่นมีคุณธรรม สัจจธรรม เมตตาธรรม
สวัสดีครับ จากแก้ว สาริกา

        2. เรื่อง แม่ของเรา
แม่
         สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านวันนี้ผมได้มีเวลามาเขียน
    เรื่องแม่อีกมุมมองหนึ่งของผมที่ผมได้ไปสัมผัสมา ก็ขอเล่าให้ท่านได้อ่านกันเลยจะดีกว่า
วันนี้ผมได้ไปโรงพยาบาลและมีคนป่วยมากมาย 
มีอยู่รายหนึ่งอายุ 83 ปี ได้พูดคุยกับผม แกเล่าให้ฟังว่าแกมีลูกหลายคนแต่ทุกคนได้แยกเรือนออกไปหมดแล้ว มีลูกอยู่คนหนึ่งรวยมากมีไร่หลายร้อยไร่ส่งเงินให้แม่ใช้เดือนละ หนึ่งพันบาท ลูกชวนไปอยู่ด้วยก็ไม่ยอมไป และช่วยเหลือตัวเองมาตลอดไม่ให้เป็นภาระของลูกๆ เป็นคนประหยัดใครไม่มีเงินก็ให้เขายืมและก็ให้ดอก ส่วนมากยืมเงินไปแล้วไม่คืนให้ ไปทวงก็บอกไม่มีแถมยังโดนด่ากลับมาอีก มาหาหมอก็เดินมา ไม่ยอมขึ้นรถกลัวเสียเงิน ลูกชวนไปอยู่ก็ไม่ยอมไปขออยู่บ้านตัวเอง ที่ผมมาเล่าให้ฟังก็เป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มีข้อคิดมากมายในเรื่องนี้ ที่เป็นคำถามคำตอบได้มาก ก็ขอให้ใช้วิจารณญานคิดก็แล้วกัน ที่โบราณบอกว่าลูกหลายคนพ่อแม่เลี้ยงได้แต่พ่อแม่จะอยู่อีกไม่เท่าไรก็ต้องจากไปแต่เลี้ยงพ่อแม่กันไม่ได้ อย่างเรื่องที่ผมเขียนก็เข่นเดียวกันแกบอกว่าลูกหลายคน มีให้เงินอยู่คนเดียวคือคนที่รวยมากแต่ให้เดือนละ หนึ่งพันบาทเท่านั้น แล้วผมก็คิดเองนะครับว่าแกคงคิดว่า ให้แกแค่เดือนละหนึ่งพันบาทแล้วอย่างนี้ถ้าเข้าไปอยู่ด้วยจะลำบากมากขนาดไหน เพราะจะต้องไปเจอกับลูกสะไภ้อีกและหลานๆอีก อาจจะเป็นส่วนเกินของลูกก็ได้เพราะฉะนั้นอยู่คนเดียวดีกว่าไม่ต้องเป็นภาระกับลูก                                                ท่านผู้อ่านครับผมขอพูดอีกหน่อยนะครับ เวลาเรามีโอกาสไปหาพ่อแม่ควรจะซื้อของติดมือไปด้วยให้พ่อแม่ของกินก็ได้หรือของใช้ก็ได้ อย่าไปมือเปล่านะครับเขาบอกว่าถ้าเรามีไปให้พ่อแม่เราจะทำให้เราได้บุญด้วยอย่าลืมนะครับ บางท่านเห็นพ่อแม่ค้าขายของในร้านมีมากมายไม่ต้องซื้อไปให้ก็ได้ขาดเหลืออะไรก็ใช้ของในร้าน แต่อย่าคิดอย่างนั้นนะครับมันคนละอย่างกันคำว่าเอาไปให้พ่อแม่นั้นอีกเรื่องหนึ่งต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย ไม่อย่างนั้นเราจะไม่ได้บุญกุศลที่เราได้ทำกับพ่อแม่เราเลยนะครับ ผมขอจบแค่นี้ก่อนะครับไว้โอกาสหน้าผมจะมาเขียนอีก
             วันนี้ที่ผมเขียนเรื่องแม่ก็เป็นอีกมุมมองที่ผมเจอมาจึงนำมาเล่าสู่กันฟัง และที่เป็นเรื่องน่าเศร้ามากก็ตรงที่สามีตบตีภรรยาของตัวเองจนได้รับบาดเจ็บ ก็มาบอกแม่ให้ ช่วยพาไปหาหมอทีโรงพยาบาล แต่ด้วยความโกรธของแม่ที่มีต่อลูกเขยก็ขับรถไป ต่อว่าลูกเขยที่มาตบตีลูกของตนก็เกิดการถกเถียงกันผลสุดท้ายไม่มีใครยอมใคร แม่ยายก็คว้าปืนที่เตรียมมาด้วยยิงใส่ลูกเขย ฝ่ายลูกเขยก็หยิบปืนออกมายิงใส่แม่ยายจนตาย แต่ถ้าพูดกันได้ด้วยดีเรื่องความตายก็จะไม่เกิดขึ้นแต่เพราะด้วยความรักที่แม่มีต่อลูกลืมคิดไปว่าเราเป็นผู้หญิงจะไปสู้อะไรผู้ชายได้ แต่ด้วยความรักลูกมากที่ถูกลูกเขยตบตีจึงเป็นเดือดเป็นแค้นจนลืมตัวไปชั่วขณะหนึ่ง แต่สิ่งที่ได้รับก็คือความตายนั่นเอง นี่แหละแม่ ถึงตายเพื่อลูกก็ยอมตายได้ จึงเป็นเรื่องอุทธาหรณ์อีกเรื่องหนึ่งของความรักที่แม่มีต่อลูก แต่ต้องจบลงด้วยความเศร้า                                                            

                ลูกๆทั้งหลายไม่ว่าหญิงหรือชายก็ขอให้เข้าใจความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกด้วย และต้องรักพ่อรักแม่ทุกวันด้วยไม่ใช่จะรักพ่อรักแม่เฉพาะวันสำคัญเท่านั้นต้องรักทุกวันทำดีทุกวันดูแลทุกวันอย่าลืมนะครับพ่อแม่นั้นมีคู่เดียวในโลกเท่านั้นในชีวิตของเรา เราต้องดูแลให้ดี
               ผมขอต่อตรงนี้นิดหนึ่งนะครับอีกครอบครัวหนึ่ง พ่อเป็น อัมพฤก ลูกสาวต้องคอยดูแล อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ป้อนข้าว ป้อนยา พาไปโรงพยาบาล ทำอยู่เป็นประจำทุกวัน นี่ก็ดีไปอีกอย่างหนึ่ง ที่มีความกตัญญูต่อพ่อ สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ทำนั่นแหละอานิสสงค์ จะได้กับตัวเขาเอง คนที่มีความกตัญญูรู้คุณต่อพ่อแม่เขาบอกว่าได้ดีทุกคนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
              ถ้าใครไม่เคยทำความดีอย่างที่ผมเล่ามานี้ ถ้ามีโอกาสอย่าลืมทำนะครับ แต่ถ้าใครได้ทำปรนนิบัติพ่อแม่ดีอยู่แล้วในทุกทุกวันก็ ขอให้ทำไปตลอดนะครับ และขอให้ได้รับผลบุญอันนั้นจงเกิดกับลูกที่ทำดีกับพ่อแม่ อย่านำความเดือดร้อนมาสู่พ่อแม่นะครับ
              ผมขอเล่าเพิ่มอีกเรื่องนะครับมีครอบครัวหนึ่งแม่มีฐานะดี ลืมถามไปว่ามีลูกกี่คน แม่อายุ 85 ปีก็เกิดล้มป่วยลูกก็มาเยี่ยมแม่ พอมาดูแม่เสร็จขนสิ่งของพวกของมีค่าของแม่ไปหมดเลยและไม่มาเยี่ยมแม่อีก แต่ตอนหลังมาเยื่ยมแต่ก็ทำไม่รู้ว่าเอาของมีค่าของแม่ไป นี่แหละลูกทำไมต้องเป็นอย่างนี้ นี่คือเรื่งจริงจากคำบอกเล่าของคนบ้านใกล้กันผมจึงนำมาเขียนไว้เป็นสิ่งเตือนสติวาเราเป็นลูกทำไมต้องทำกับพ่อแม่อย่างนี้สิ่งที่ผ่านมาพ่อแม่ให้แล้วยังไม่พออีกหรือลูก?
            ผมขอให้คุณพระศรีรัตนตรัย จงคุ้มครองให้ทุกท่านจงมีความสุขขอให้เจริญด้วยอายุวรรณสุข พละปฏิธนสารสมบัติตามความปรารถนาด้วยเถิด
        สวัสดีครับ จาก แก้ว สาริกา
             3. เรื่อง กรรมสนอง          สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านที่ได้ติดตามงานเขียนของผมมาตลอด ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้อ่านด้วยนะครับ บางครั้งการเขียนของผมอาจจะสะกดอักษรผิดบ้าง  

       วันนี้ผมก็มีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีกเช่นเคยวันนี้ผมนำมาให้ท่านได้ฟังกัน สามเรื่อง  

  เรื่องที่ หนึ่ง เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่งอายุประมาณ สี่สิบกว่าปี เลี้ยงแมวไว้แล้วแมวเข้ามาเดินพันขาตลอดเวลา ขณะทำกับเขาก็เกิดความรำคาญเลยเอาน้ำร้อนที่ร้อนอยู่บนเตาราดลงไปที่แมวตัวเล็กน้ำร้อนได้ไปลวกขาแมวๆขาถลอกมีแผลเป็นทันตาเห็นและแมวก็งอขาไม่ได้หนังที่ผิวหนังยึดติดกัน จึงทำให้เดินไม่สะดวกเวลาเดินต้องเดินสามขาๆอีกขาข้างหนึ่งก็คอยแต่เขย่งไป แต่ในเวลาเดียวกันชายคนนั้นก็มีปัญหาคือขาเจ็บเกิดจากเหตุอะไรไม่ทราบเพราะคนที่เล่าให้ฟังเล่าไม่จบก็ สรุปว่า นี่เห็นไหมคนเราทำได้กระทั้งสัตว์เดรัจฉาน คนอะไรใจดำจริงๆยาก็ไม่ใส่ให้มัน  

 เรื่องที่สอง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดมานนานประมาณ ห้าสิบกว่าปีผ่านมาแล้ว คือมีครอบครัวหนึ่งอยู่กันสองคนผัวเมียและมีสุนัขตัวเล็กกำลังซนอยู่สองตัว ผัวชอบกินน้ำตาลเมา พอเมาดีแล้วกลับมาบ้านชอบทะเลาะกับเมียเป็นอย่างอยู่ประจำ ก็มีอยู่วันหนึ่งผัวกินน้ำตาลเมาๆมากวันนั้นมาถึงบ้านก็ทะเลาะกับเมียอีกแต่วันนี้ทะเลาะกันแรงมาก คว้ามีดมาจะฟันเมียแต่ทำอะไรเมียไม่ได้ก็พาลมาทะเลาะกับหมาที่เลี้ยงไว้เพราะขณะที่ทะเลาะกับเมียอยู่นั้นหมาก็เห่าว่าอย่างนั้นเถอะ คนเมาคงจะรำคาญมีดที่อยู่ในมือก็ฟันไปที่หมาตัวหนึ่งถูกที่คอๆขาดเลยส่วนอีกตัวหนึ่งเป็นแผลเหวอะหวะไปทั้งตัวแต่ก็ตายด้วยเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว แต่คนเมาเหล้าคนนี้อยู่ต่อมาไม่นานประมาณ สองเดือนเขาก็ถูกแทงตายด้วยเรื่องของคนเมาด้วยกันนั่นเอง 

  เรื่องที่ สาม  เรื่องนี้เป็นเรื่องตัวผมเองแต่เป็นเรื่องที่เกิดมาประมาณ ห้าสิบปีมาแล้วเพราะตอนนั้นผมเป็นเด็กวัดมีอายุได้ประมาณเจ็ดถึงแปดขวบถ้าจำไม่ผิด เพราะพ่อผมบวชพระที่วัดใกล้บ้านผมก็ไปเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อผม มีอยู่วันหนึ่งผมก็นั่งกินข้าวอยู่และมีแมวนั่งดูผมกินข้าวอยู่ด้วยตัวหนึ่ง แต่พอดีลุกขึ้นไปตักน้ำมากินในเวลาเดียวกันแมวตัวนั้นผมเดินกลับมาก็กินปลาที่ผมกำลังจะกินอยู่เอาไปกินผมเกิดความโมโหมากในช่วงเวลานั้นผมจับแมวตัวนั้นได้ผมตีแมวตัวนั้นและจับแมวแขวนคอและยกขึ้น(แต่แมวตัวนั้นยังไม่ตายนะครับ) เพราะพอดีหลวงพ่อเดินออกมาจากกุฏิเห็นผมทำอย่างนั้นก็ดุผมและลงโทษผมคือเอาไม้เรียวตีผมบอกว่าการทำอย่างนี้ไม่ดีมันบาปแมวจะไปรู้เรื่องอะไรมันกินแล้วก็ปล่อยมันสิ และหลังจากวันนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ท่านเชื่อไหมผมปวดหัวและปวดตรงต้นคอตลอดเวลาถึงจะกินยาแก้ปวดแล้วก็ไม่หายปวด ทรมานมากครับแม้แต่จะทำบุญอุทิศบุญกุศลไปให้แล้วก็ยังไม่หายเลย เวลานี้ผมก็ยังปวดอยู่นี่คือกรรมเวรที่เราก่อไว้ในอดีตตอนนั้นผมเป็นเด็กซึ่งยังไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยว่าบาปเป็นอย่างไรนี่ขนาดผมยังไม่รู้เรื่องเลย บาปนั้นยังตามเกาะกุมทำให้ผมปวดต้นคออยู่ตลอดเวลา ท่านผู้อ่านครับนี่เป็นเรื่องจริงจากตัวผมเอง ทุกวันนี้พอก็ยังสำนึกอยู่เลยว่าต้องอดทนเพราะมันเป็นกรรมของเราเพราะเราไปทำกับเขาก่อนผมเสียใจมาก นี่ผมเขียนให้ท่านได้อ่านกันนี้ผมก็น้ำตาซึมเลยนะครับ ฉะนั้นท่านผู้อ่านทุกท่านที่ได้อ่านเรื่องที่ผมเล่ามานี้ผมบอกได้เลยครับว่าบาปนั้นมีจริงใครอะไรไว้อย่างไรจะได้ผลตอบแทนอย่างนั้นในลักษณะใกล้เคียงกันแต่จะไม่เหมือนเลยทีเดียวก็เหมือนดั่งที่เขาบอกไว้ว่าเราปลูกต้นไม่เช่นไรก็ได้ผลของมันเช่นนั้น ขอให้ท่านผู้อ่านทำดีกันไว้นะครับอย่าว่าผมมาสอนท่านนะครับเพราะผมเจอมาแล้วผมไม่อยากให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายต้องมารับกรรมเช่นกัน บางคนบอกว่าไม่เป็นไรไม่บาปหร๊อกอย่าเชื่อนะครับ  ไว้โอกาสต่อไปผมจะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ วันนี้ สามเรื่องสั้นครับแต่ก็เห็นว่ามีคุณค่าผมเลยนำมาเขียนให้ท่านได้อ่านกันครับให้ไว้อ่านเป็นอุทาหรณ์ว่าคนเราเกิดมาในโลกนี้ก็ต้องพึ่งพาอาศัยกัน อย่าได้ใจดำต่อกันไม่ว่าจะเป็นคนหรือเป็นสัตว์ เราต้องมีความเมตตาต่อกันถ้าเราไม่มีเมตตาต่อกันแล้ว มัวแต่ใจร้ายไม่รักกันโลกที่เราอยู่จะมีความสุขได้อย่างไร เพราะเรามัวแต่รังเกียจกัน ไม่คิดพึ่งพาซึ่งกันและกันต่างคนต่างอยู่ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ผมก็ขอวิงวอนให้ทุกท่านมีเมตตาธรรมต่อกัน จงหันหน้าเข้าหากัน ยิ้มเข้าหากัน จะไม่ดีกว่าหรือ สังคมที่เราอยู่ได้ให้มีความสุขนั้น คนในสังคมต้องรักกันมีความเมตตาต่อกันมีการให้อภัยซึ่งกันและกันไม่ใช่หันหน้าเข้าห้ำหั่นให้บาดเจ็บหรือตายกันไปข้างหนึ่ง อย่าลืมนะครับไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ก็มีความรักด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นในเมื่อเราเกิดมาเป็นมนุษย์ก็นับว่าโชคดีมากอยู่แล้ว เราต้องรู้จักเป็นผู้ให้และรู้จักคำว่า มีเมตตาธรรมและคุณธรรม ด้วย                                                                            

4. วิธีใช้หนี้พ่อแม่                                                                                                                                               วิธีใช้หนี้พ่อแม่ไม่ยากเลย จงสร้างความดีให้กับตัวเอง และหนี้ก็เป็นการใช้หนี้ตัวเอง ตัวเราพ่อให้หัวใจ แม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองอยู่ในตัวแล้วจะไปแสวงหาแม่ที่ไหน บางคนรัเกียจแม่ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียนยืดเยื้อกันต่อไปอีก  สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

  • พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก ไม่ต้องไปตามพระอรหันต์ที่ไหนหรอก เหลียวดูพ่อแม่ในบ้านบ้าง แล้วท่านจะรู้สึกว่า ได้ทำดีตั้งแต่วันนี้แล้ว 

  • อย่ายืนพูดกับพ่อแม่ อย่าบังอาจกับพ่อแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก ก่อนออกจากบ้านจึงต้องกราบพ่อแม่ 3 หนที่เท้า 

  • ท่านโปรดจำไว้ วันเกิดของลูก คือวันตายของแม่ เพราะวันที่ลูกเกิดนั้น แม่อาจต้องเสียชีวิต การออกศึกสงครามเป็นการเสี่ยงชีวิต สำหรับคนเป็นพ่อฉันใด การคลอดลูกก็เป็นการเสี่ยงตาย สำหรับคนเป็นแม่ฉันนั้น 

  • ถ้าวันเกิดเลี้ยงเหล้า จดไว้ได้เลย จะอายุสั้นจะบั่นทอนอายุให้สั้นลง น่าจะสวดมนต์ไหว้พระปฏิบัติธรรมให้พ่อ แม่ วันเกิดของเรา คือวันตายของแม่เรา ไปกราบพ่อกราบแม่ ขอพรพ่อแม่รับรองพ่อแม่ให้พรลูกรวยทุกคนไปเลี้ยงพ่อแม่ให้อิ่มค่อยไปเลี้ยงเพื่อน 

  • สอนเด็กว่าวันเกิดของเรา อย่าพาเพื่อนมาให้พ่อแม่ทำครัวเลี้ยงนะ เธอจะบาป ทำมาหากินไม่ขึ้น เธอต้องเลี้ยงพ่อแม่ให้อิ่มก่อนแล้วจึงไปเลี้ยงเพื่อนทีหลัง

  • ใครที่แม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะทำบุญด้วยเจริญกรรมฐาน แล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ถือว่าได้บุญมากที่สุดทั้งฝ่ายผู้ให้และฝ่ายผู้รับ

  • ผู้ใดก็ตามที่มีคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้กลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่าน ก็นำเทียนแพรไปกราบขออโหสิกรรม ล้างเท้าให้ท่านด้วยเป็นการขอขมาลาโทษ

  • คนที่มีบุญวาสนา จะกตัญญูกับพ่อแม่ คนเถียงพ่อแม่เอาดีไม่ได้ คนไม่พูดกับพ่อแม่นั่งกรรมฐานร้อยปี ก็ไม่ได้อะไรเลย ถ้าไม่ขออโหสิกรรม

  • พ่อแม่สมัยใหม่ ไม่มีเวลาใกล้ชิดลูกเวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันหมดไปกับการทำธุรกิจ หาทรัพย์สินเงินทอง มาปรนเปรอให้กับลูกหลาน หาวัตถุสิ่งของที่จะสนองความต้องการของลูก เพื่อความสุขความสบาย บ้างก็หาหนังให้ลูกดู ทั้งที่ลูกยังอยู่ในวัยเรียนวัยศึกษา แล้วลูกไม่ดีขึ้นมาในภายหลัง อย่าไปด่าลูกนะ เพราะพ่อแม่เป็นคนก่อสร้างปลูกนิสัยลูกและพ่อแม่ไม่ให้ความอบอุ่นแก่ลูกไม่ให้การแนะแนวแก่ลูก

  • โบราณท่านว่าไว้มีลูกมีหลานจะต้องแต่งใจลูกแต่งตัวลูกและแต่งงานลูกก็คือพาลูกพาหลานไปวัด ให้มีความสัมพันธ์กับวัด เห็นพระสงฆ์สอนลูกสอนหลานยกมือไหว้พระ อยู่บ้านก็สอนลูกสวดมนต์ไหว้พระ ให้มีค่านิยมพื้นฐาน

  • ห่วงผูกคอคือจะกินอะไรก็ห่วงลูก พ่อแม่ถึงจะหิวอย่างไร หากว่าลูกอยากรับประทานก็ต้องให้ลูกก่อนไม่เช่นนั้นแล้ว มันจะติดอยู่ที่คอ ห่วงผูกแขน คือสามีภรรยา ห่วงผูกขา คือทรัพย์สมบัติ

  • พ่อแม่ต้องสร้างความดีไว้ให้กับลูก ทำถูกไว้ให้กับหลานรักให้ถูกวิธีทำความดีให้ลูกดู เดี๋ยวนี้ทำความชั่วให้ลูกดู กินเหล้าให้ลูกเห็น เล่นการพนันให้ลูกเห็น ทะเลาะกันให้ลูกได้ยิน ขอฝากพ่อบ้านแม่บ้านไว้ด้วย ถ้าเกิดจำเป็นจะทะเลาะกัน อย่าให้ลูกได้ยินเกิดจะน้ำตาไหลขึ้นมาโปรดกรุณาไปร้องในห้องสุขาอย่าไปร้องให้ลูกเห็น

  • แม่นั้นสำคัญมากแม่ต้องรักษาลูกไว้ แม่ที่ดีต้องเป็นแม่แบบ แม่แผน แม่แปลน แม่บันได แม่บ้าน แม่เรือน อยู่ตรงนี้ลูกจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับแม่เป็นหลักให้ลูก ไม่ใช่พ่อ ถึงพ่อจะดีแสนดี แต่แม่ฉุยแฉกแตกราน สุรุ่ยสุร่าย ไม่รู้จักเก็บงำให้ดี ไม่เป็นแบบที่ดีของลูกรับรองเจ๊งแน่ๆ

                     สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพที่ได้ติดตามบทความผมมาตลอดพอดีมีคนเอาหนังสือประกอบธรรมมาให้ผมอ่านเห็นมีคติดีมาก ผมเลยเอาข้อความเหล่านั้นมาให้ท่านได้อ่านกันครับจากหนังสือของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโมวัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรีชื่อเรื่อง วิธีใช้หนี้พ่อแม่อยู่ในหน้า 3 – 29 และก็ยังมีอีกหลายเล่มครับ และผมก็ยังมีเรื่องที่ผมจะมาเขียนให้ท่านได้กันก็ยังมีอีกมากครับ                     

        ท่านสามารถติดตามรายการธรรมะได้ที่วิทยุออนไลน์ได้  24 ชั่วโมง

 
http://www.khewsarika.com   
 
หรือท่านจะเขียนมาคุยกับผมก็ได้ที่  khewsarika1@hotmail.com
สำหรับวันนี้สวัสดีครับจาก แก้ว
     
 

ผู้ทำลาย

ย่ำยีสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

          สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านนับเป็นเวลาเป็นเดือนที่ผมไม่ได้เขียนบทความมาให้ท่านได้อ่านกันที่เป็นเช่นนี้เพราะผมจัดรายการวิทยุจึงต้องคอยหาโฆษณามาลงในรายการวิทยุครับจึงไม่ได้เขียนแต่วันนี้นับว่าเป็นโอกาสดีของผม ที่เข้ามาเขียนผมว่าจะเข้ามาเขียนหลายวันแล้วแต่นี่เพิ่งจะว่าง วันนี้ผมก็มาเขียนเรื่องย่ำยี ผมดูข่าวและอ่านข่าวแล้วผมสลดใจมากที่คนนับถือสาสนาพุทธแท้ๆทำไมถึงได้มีจิตใจต่ำช้ามากที่ไปขะโมยของวัดตามที่ผมเคยเขียนไว้แล้วแต่คราวนี้หนักหนาสาหัสมากที่ตัดได้แม้กระทั่งเศียรพระพุทธรูปพวกนี้เป็นมนุษย์หรือเปล่าไม่ทราบจะโขมยอะไรก็ยังพอทำเนาแต่นี่ตัดเศียรพระไปขายทั้งๆที่สักวันหนึ่งก็ต้องเข้าวัดพึ่งพระแต่นี่ทำลายเสียก่อนแล้วน่าสงสารเขาผู้นั้นจริงๆ เหตุที่เป็นเช่นนี้ผมว่ามาจากการห่างวัดของคนไทยทุกวันนี้เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนถึงจะมีแต่ก็ไม่ถี่เหมือนคนสมัยนี้จะอ้างว่าเงินไม่มีไม่พอกินต้องขะโมยของไปขายแต่คิดไหมว่าได้ทำบาปอย่างมหันต์เข้าแล้วเพราะคนที่ขะโมยของวัดไปนั้นก็ต้องเคยอยู่วัดกินข้าววัดและบวชพระมาก่อนแต่เวรกรรมอะไรจึงทำให้เขาเป็นเช่นนั้นไปได้ ผมจะนำเรื่องเก่ามาเล่าให้ฟังสักสองเรื่อง  

เรื่องแรกนะครับ เรื่องนี้เกิดมานานประมาณยี่สิบปีมาแล้ว เขามาขอยืมของพระเครื่องครัวทำบุญนั่นแหละเช่น จาน ชาม ช้อน หม้อ เตาและอีกหลายอย่างมากมายในวัดเขาบอกว่าเป็นงานใหญ่จึงยืมมาก และบอกบ้านเลขที่ และซอยชื่อเจ้าของบ้านได้ถูกต้องทางวัดจึงให้ไป พอถึงวันไปฉันเพลพระก็ไปที่บ้านหลังนั้นตามที่ได้นิมนต์ไว้ แต่เมื่อพระไปถึงบ้านหลังนั้นกลับเป็นอันว่าบ้านนั้นไม่ได้มีงานเลย พระจึงได้รู้ว่าโดนหลอกเสียแล้วก็กลับวัด แต่จะไปแจ้งความหรือเปล่าผมจำไม่ได้ แต่หลังจากวันนั้นให้หลังไปได้ประมาณสามเดือนทางวัดก็ได้ข่าวว่าขะโมยพวกนั้นที่มาหลอกพระเอาของวัดไปนั้นบางคนโดนรถชนตาย บางคนครอบครัวแตกแยกไม่ได้อยู่ด้วยกัน บางคนเป็นบ้าไปเลย นี่คือผลกรรมที่เขาได้สร้างไว้นี่คือเรื่งจริงที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง

เรื่องที่สอง เรื่องเกิดขึ้นเมื่อประมาณสองปีที่ผ่านมานี่เองครับผมเคยเล่าไปแล้วนะครับแต่วันนี้ผมขอมาเล่าใหม่เพราะบางท่านเพิ่งจะได้อ่านกันคือวัดนี้ก็มีกระถางธูปทองเหลืองวางไว้หน้า พระแม่กวนอิม ก็มีกระถางทองเหลืองใบใหญ่วางอยู่ หนึ่งใบวางมานานแล้วอยู่มา คืนหนึ่งเวลาประมาณตีหนึ่งน่าจะได้ ก็ได้มีขะโมยมากันสองคน เพื่อจะ ขะโมยกระถางธูปทองเหลืองใบนั้นแต่ในเวลาเดียวกันพระท่าได้ตื่นมาทันเสียก่อนจึงได้ช่วยกันวิ่งตามขะโมยไปแต่ขะโมยเอากระถางธูปไปไม่ได้พอดีพระท่านตื่นมาเสียก่อน พอขะโมยถูกพระช่วยกันไล่กวดในเวลาเดียวกันขะโมยมีเพื่อนที่เป็นขะโมยด้วยกันจอดรถแอบอยู่ที่กำแพงวัดในที่มืดพอเพื่อนถูกพระวิ่งไล่มาก็สตาร์ทรถออกกันไปทันทีและในขณะที่ขะโมยทั้งสองขับรถออกไปนั้นเขาได้หันมาตะโกนให้ของลับกับพระที่ไล่กวดเขาไป นี่เป็นอย่างนี้ครับตามที่ผมได้เล่าไปแล้วครั้งก่อนแต่ท่านผู้อ่านจะเชื่อไหมครับ พอผมได้มีโอกาสผ่านไปที่วัดนี้อีกครั้งก็ได้พูดคุยกับเจ้าอาวาสวัด ท่านก็เล่าให้ผมฟังว่า โยมจำได้ไหมที่อาตมาเคยเล่าให้ฟังเรื่องขะโมยมาขะโมยกระถางธูปแล้วเอาไปไม่ได้ ผมก็บอกว่าจำได้ครับเมื่อสองปีก่อน อาจารย์ท่านก็เล่าต่อไปว่าขะโมยทั้งสองนั้นนะมีอันเป็นไปแล้วทั้งสองคนคือ คนหนึ่งถูกจับได้เรื่องขะโมยของและมีคดีติดตัวอีกหลายคดีและอีกคนหนึ่งอยู่ๆ ก็พูดจาเลอะเลือน นี่ขนาดยังไม่ได้เอาของวัดไปนะโยมผมก็ถามอาจารย์ต่อไปว่าอาจารย์ไปแช่งเขาหรือเปล่า อาจารย์บอกว่าอาตมาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เป็นกรรมของเขาเองที่มาขะโมยแม้กระทั้งของวัด นี่เรื่องจริงทั้งสองเรื่องและก็สามารถพิสูจน์ได้ผมเขียนมาจากคำบอกเล่าของวัดทั้งสองแห่ง นี่ขนาดยังไม่ขะโมยนะครับและคนที่เอาของวัดไปจริงๆจะทำอย่างไรครับท่าน

            เท่าที่ผมเป็นเด็กวัดมานะครับคนเฒ่าคนแก่และพระท่านก็บอกว่าของที่อยู่ในวัดทั้งหมดนี้ไม่ใช่ของอาตมาไม่ใช่ของพระรูปใดรูปหนึ่งแต่ของที่อยู่ในวัดทั้งหมดนี้ญาติโยมเขาทำบุญทำกุศลให้กับทางวัด เขาจบเขายกมือท่วมหัวแล้ว ฉะนั้นใครก็เอาของวัดไปใช้ส่วนตัวไม่ได้แต่ถ้ายืมไปใช้งานในแต่ละครั้งนั้นได้แต่จะยึดเป็นของตนเองไม่ได้ถ้าใครเอาไปจะมีอันเป็นไปในทางไม่ดีทุกคน นี่ครับเท่าที่ผมรู้มา แล้วถ้ามีใครนำของวัดมารู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เมื่อรู้แล้วกรุณานำไปคืนวัดนะครับ

        นี่ผมมีอีกเรื่องหนึ่งนะครับพอดีนึกขึ้นได้ผมเล่าเลยละกันเรื่องนี้ก็เกิดมาได้สิบกว่าปีแล้วครับ คนที่ผมรู้จักกันคนนี้เขารับราชการแต่เงินเดือนน้อยแต่เป็นคนชอบเข้าวัดเป็นประจำก็มีอยู่ครั้งหนึ่งทางวัดก็จะมีงานทอดผ้าป่าก็ได้รับซองผ้าป่าเพื่อจะช่วยทางวัด ผมก็เอาซองมาด้วยเหมือนกันต่างคนต่างแจกเสร็จแล้วก็เก็บซองผ้าป่านั้นไปส่งให้ทางวัดส่วนผมส่วให้เรียบร้อยแต่พี่คนที่ผมรู้จักนั้นช่วงนั้นพอดีเขาขัดสนเรื่องเงินมากจึงได้แกะซองผ้าป่าแล้วนำเงินนั้นไปใช้ส่วนตัวและในครอบครัว อยู่ต่อมาเขาไม่สบายเป็นประจำเงินเดือนก็ไม่ขึ้น ถูกหัวหน้างานเพ่งเล็งคือทำอะไรไม่ดีไปหมดผัวเมียไม่เคยทะเลาะกันก็ต้องมาทะเลาะอย่างนี้อยู่เป็นประจำพี่คนนี้ก็มาบ่นกับผมว่าทำไมครอบครัวของเขาถึงเป็นอย่างนี้ คือพี่คนนี้เขาสนิดกับผมมากพอเขามาปรึกษาผม ผมก็รู้แล้วว่าเป็นเพราะด้วยเหตุอะไร ผมก็เลยบอกเขาไปว่า พี่พี่ ถ้าผมพูดอะไรบางอย่างจะโกรธผมไหม พี่เขาบอกว่าบอกมาเถอะจะให้ทำอะไรถึงจะดีขึ้น ผมก็บอกว่าพี่ไม่โกรธแน่นะเขาพี่เขาก็ให้คำมั่นกับผม ผมจึงบอกไปว่า พี่จำได้ไหมมีอยู่ครั้งหนึ่งพี่นำซองผ้าป่ามาแจก พอเก็บซองผ้าป่าได้แล้ว พี่ไม่นำเงินไปคืนกับทางวัดพี่กลับนำเงินมาใช้เสียเอง เมื่อพี่เขาได้ฟังอย่างนี้พี่คนนี้เขาตกใจมากคือเขานึกไม่ถึงและลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แล้วพี่เขาก็บอกว่าถ้าจะจริงเพราะจำได้แล้วตั้งแต่นำเงินวัดตรงนั้นมาใช้ ใช่แล้วรู้สึกว่าครอบครัวและตัวเขาไม่มีความสุขเลย ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรพี่เพียงแต่ใจที่จะนำเงินไปคืนวัด พี่ก็ไม่เป็นอะไรแล้ว    เดี้ยวก็ดีเหมือนเดิม หลังจากวันนั้นพี่คนนี้ก็นำเงินจำนวนที่เอาไปแล้วเล่าให้หลวงพ่อฟังทั้งหมด หลวงพ่อบอกว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะเงินที่เขาทำบุญมานั้นเขาจบมาแล้วเพื่ออุทิศให้กับญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วและให้เจ้ากรรมนายเวรของเขาทีนี้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วและเจ้ากรรมนายเวรเขารอของเขาอยู่เขาไม่ได้รับเขาก็โกรธนะสิจึงมาทำให้ครอบครัวของเราเดือดร้อน แต่ไม่เป็นไรเราเดือดร้อนเลยเอาไปใช้แต่นี่โยมนึกขึ้นได้แล้วนำเงินจำนวนนั้นมาคืนก็จบไม่มีอะไรแล้วไปจุดธูปไหว้พระขอพรจากท่านจะได้ดีขึ้นนะโยมและหลังจากที่นำเงินคืนทางวัดไปแล้วพี่คนนี้ก็ดีขึ้นเมียที่เคยตกงานก็ได้งานทำลูกำที่เกเรก็หยุดเกเร นี่คือเรื่องคนที่ทำไม่ดีกับวัดผลมันจะเกิดขึ้นเองโดยที่ทางวัดหลวงพ่อ เจ้าอาวาสวัดท่านก็ไม่ได้โกรธเคืองหรือสาปแช่งมันเกิดขึ้นเอง เป็นไปได้อย่างไรผมก็ตอบไม่ได้ ฉะนั้นท่านทั้งหลายที่อ่านเรื่องของผมแล้วก็บอกต่อไปด้วยนะครับเพื่อจะได้เป็นกุศลกับตัวท่านเองด้วยเพราะคนทุกวันนี้ห่างวัดมากไม่รู้เลยว่าเวรกรรมเป็นอย่างไรผมขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าที่ผมเล่ามาให้ท่านได้อ่านนี้เป็นเรื่องจริง   



 

ตนไม่เตือนตนแล้วใครจะเตือนตน

คิดผิด     สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพทุกทุกท่าน                                                                       วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมได้มานั่งเขียนไปและเศร้าใจกับพวกผู้ชายที่แสนเลวทั้งหลายที่ชอบเป็นมารสังคมหลายๆเล่ห์เหลี่ยมด้วยกันมีร้อยแปดพันประการของเล่ห์มนุษย์ที่ค้นคว้าหาทางมาหลอกกันไปวันๆ ไม่ต้องทำมาหากินอะไรเอาแต่หลอกลวงกันเรียกว่าตั้งหน้าตั้งตาหลอกกันอย่างเดียว ทั้งๆที่ไม่มีโรงเรียนไหนเลยที่สอนวิชาเจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่ทุกคนก็เรียนและถ่ายทอดเอามาหลอกกัน โรงเรียนที่เขาสอนให้เป็นคนดีมีอาชีพการงานที่ดีก็ไม่เรียนใส่ตัวประกอบวิชาอาชีพที่สุจริตทำกินก็ไม่เอา จ้องเรียนวิชาที่เป็นมารสังคมชอบทำให้สังคมเดือดร้อน และเวลาถูกตำรวจจับได้ก็บอกว่าเพื่อนๆพาไปแต่ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองนะเป็นคนพาตัวเองไปหาสิ่งที่ไม่ดีและรวมห้วในกลุ่มไม่ดี วางแผนชั่วกันร้อยแปด นี่ผมอารัมพะบทมามากไปหน่อย อย่าว่าผมนะครับเพราะผมอัดอั้นตันใจกับสังคมของเรามากจึงสาธยายมากไปหน่อย ขอเข้าเรื่องนะครับที่ผมจะพูดวันนี้ก็คือ เรื่องการเล่นอินเตอร์เนท ที่เรียกว่าเล่นแชทนะครับเล่นกันไปเล่นกันมาให้เบอร์โทรแล้วก็นัดกันพบเจอกันและนัดไปหลับนอนกัน ส่วนผู้ชายก็ระยำดีแท้ยังถ่ายรูปไว้แบลคเมล์ผู้หญิงอีก นี่มันเลวถึงขนาดนี้เลย และก็เป็นข่าวตำรวจเขาก็จับได้ เข้าคุกตะรางกันไป บางรายบอกว่าลูกสาวอายุยังน้อยเล่นแชทและหายไปหลายวันแล้วเป็นตายยังไงไม่รู้ นี่หัวอกพ่อแม่แทบใจสลายเลยครับ                   ผมก็มีลูกผู้หญิงเหมือนกันและก็หนักใจเหมือนพ่อแม่ทุกคน ของผมหนักมากครับ ผมพาลูกสาวไปร้องเพลงกับวงวัยรุ่นคณะหนึ่งซึ่งไม่รู้จักกันแต่จากการแนะนำจากคนสนิทกันก็เลยไป มาจับได้ทีหลังว่ามือกลองมาจีบลูกสาวผม ผมเรียกมาถามตอนแรกปากแข็งไม่รับแต่ตอนหลังพูดหน้าด้านมาก มันบอกว่าผมจีบไม่ได้หรือ ผมรับส่งไม่ได้หรือ ผมรักไม่ได้หรือ ผมบอกว่าที่พูดมานี่ใช้ไม่ได้เลย นี่ขนาดพ่อมาคุมยังจะมาลูบคมผู้ชายด้วยกัน แน่จริงหรือต้องการอย่างนั้นก็ได้ลงมาจากรถได้เลยเดี้ยวนี้หรือวันนี้ไม่พร้อมวันหน้าก็ได้หรือจะเล่นลับหลังก็ได้จะรอ มีเมียแล้วนะ ผมบอกนายนี่ทำให้สังคมเสียหายผู้หญิงเขามาหาประสบการณ์ด้านร้องเพลงก็จะเล่นเสียแล้ว ที่ผมเล่ามานี้พูดแรงกว่านี้มาก แล้วผมก็ไม่ให้ลูกผมไปร้องเพลงอีกเลย    นี่มีอีกเรื่องกลัวจะลืมเลยขออนุญาติเขียนนะครับผมจะไม่บอกนะครับว่าโรงเรียนไหนที่ไหนแต่จะเล่าให้ฟังไว้ระวังบุตรหลานของทุกท่านด้วย อย่าว่าผมนะ ทางโรงเรียนก็จัดรถให้นักเรียนไปฟังธรรมกัน แต่พอรถออกไปแล้วจะมีผู้ชายสองคนมาเอารถมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้และก็ออกไปแต่อีกคันหนึ่งขับรถไปรับนักเรียนหญิงที่หลบอยู่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ผู้ชายไปด้วยกัน แล้วอย่างนี้เราจะทำอย่างไร นี่คือปัญหาผมก็มีลูกผู้หญิงเช่นเดียวกัน สอนมากมายจนแทบไม่อยากจะสอน อย่างที่คนโบราณเขาว่ามีลูกผู้หญิงเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน มีลูกชายให้ระวังจะเป็นอันธพาลนักเลงโตก็เล่าให้ฟังครับ ก็มีวิธีอะไรก็ค่อยๆแก้ไขกันนะครับ ผมขอเอาใจช่วยผู้ที่เป็นพ่อคนแม่คนทุกท่าน และถ้ามีผู้อ่านที่อายุน้อยได้มีโอกาสอ่านข้อเขียนของผมก็ให้คิดกันนะว่าเราจะทำตามตัวอย่างที่ไม่ดีในข้อเขียนนี้หรือไม่ ต้องถามใจตัวเองให้แน่นแล้วปฏิบัติและถามใจตัวเองด้วยว่าเรารักพ่อแม่เราไหม ถ้าบอกว่ารักก็อย่าทำในสิ่งที่ไม่ดี ถ้าเราบอกว่าไม่รักพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ดุด่าว่าเรา เราก็ต้องถามตัวเองออกไปอีกว่า ทำไมพ่อแม่จึงเอาแต่ตำหนิเรา เวลาจะทำหรือคิดอะไรอย่าเข้าข้างตัวเองจนเกินไปนัก เพราะไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่รักลูก ก็ขอให้ลูกทั้งหลายจงจำกันให้ดีอย่าอ้างว่าเพื่อนพาไป เพราะเพื่อนเขาชวน ถ้าเราไม่ไปซะอย่าง นี่เราเป็นไปกับเพื่อนเพราะฉะนั้นอย่าไปโทษใครโทษตัวเองนะจำไว้

 สังคมของเรามันเลวอย่างนี้จ้องแต่จะทำลายกันอย่างเดียวเขาไม่คิดเลย


 ว่าถ้าญาติพี่น้องโดนหลอกบ้างจะทำอย่างไร เวรกรรมมีจริงนะครับทุกท่านเรามาช่วย

 กันสร้างความดีกันดีกว่าคนที่มันทำเลว เดี้ยวก็เข้าคุกเข้าตะรางกันไปแล้วก็ตายไปปลง

 กันนะครับ นี่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องครับที่จะมาเล่าสู่กันฟัง แต่เอาไว้โอกาสต่อไปนะครับ

                                   อ้อ ขออีกนิดนะครับ เห็นไหมตำรวจดักจับมอเตอร์ไซค์ซิ่งกันได้

 จำนวนมากแล้วเป็นอย่างไร บางคนบอกลูกไม่ผิดไปดูเขา เพื่อนพาไปลูกเป็นคนดี สาระ

 พัดที่พ่อแม่จะพูดว่าลูกดี น้อยนักที่บอกลูกไม่ดี ตำรวจทำถูกแล้ว ก็เหมือนพวกเล่นไพ่

 นั่นแหละเล่นหรือไม่เล่นอยู่ในที่ตรงนั้นถือว่าเล่น ไม่เล่นไปอยู่ตรงนั้นทำไม ก็ทำนอง

 เดียวกันอย่ามาเถียยงให้เสียเวลา ผมก็ไม่รู้นะว่าปรับกันอย่างไรบางคนต้องไปกู้เงินมา

 ประกันตัวลูก อย่างนี้ไม่ต้องให้ประกันตัวให้ตัดสินไปเลยเพื่อความหลาบจำและยึดรถ

 เข้าหลวง ให้หน่วยราชการไว้ตรวจงานหรือให้กรมตำรวจส่งให้ตสใรงพักไว้ใช้งานซะ

 ให้เข็ด และผู้ต้องหาต้องให้ไปช่วยงานสังคมที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้กำหนด

 ระยะเวลาด้วยกี่ปีดี จะบอกว่าคนเขียนใจร้ายจังไม่ใช่อะไรครับ เพื่อดัดสันดานวัยรุ่นอื่น

 จะได้ไม่เอาเป็นตัวอย่าง ไม่อย่างนั้นพอพ้นผิดออกมาก็ทำกันอีก ไม่มีเข็ดไม่เชื่อลองดู

 ได้ต้องมีแข่งกันอีก

    และวันวาเลนไทน์ปีนี้ก็ขอให้น้องๆหลานๆทุกคนจงระวังให้ดีเรื่องการมีคู่หรือไปมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนชายให้ระวังให้มาก ระวังจะอายเขา เรียนยังไม่จบต้องออกโรงเรียนกลางคัน เสียอนาคต พ่อแม่เสียใจ ถ้าผู้ชายไม่หลอกก็ดีไปแต่ถ้าเขาหลอกได้เราแล้วเราจะต้องเสียใจ อย่าพูดคำว่าไม่แคร์ ไม่เห็นเสียอะไรเลย แต่สังคมไทยไม่ยอมรับคนที่ทำอะไรผิดๆ แต่ถ้าสำนึกในความผิดนั้นก็ให้อภัยเสมอ พ่อแม่จะมีอะไรนอกจากเห็นลูกเรียนจบมีงานทำมาความสำเร็จ ประสบความสำเร็จในชีวิต นี่ต่างหากที่พ่อแม่ดีใจและหายเหนื่อย ที่ได้ทุ่มทั้งแรงใจแรงกายความลำบากเพื่อลูกแล้วลูกละจะทำให้พ่อแม่ชื่นใจได้ไหม อันนี้เราต้องถามตัวเราเองว่าไม่เชื่อฟังพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ก็ขอให้เด็กรุ่นใหม่ที่กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าถ้าเราทำไม่ดีแล้วต่อไปเราจะสอนใคร ถึงสอนเขาก็ไม่ฟังเพราะตอนก่อนนั้นเรายังดื้อเรายังเถียงใช่ไหม ก็ขอให้รักนวลสงวนตัวไว้ให้ดีอย่าชิงสุกก่อนห่ามเอาละก็ขอบอกกันไว้แค่นี้ก็แล้วกันยังมีอีกมากครับที่จะเขียนไว้ครั้งก็แล้วกันครับ                      

                                      เอาละขอจบนะครับ อย่าว่าผมเขียนแรงนะครับ ที่ผมเขียน

 อยากให้เยาวชนของชาติเป็นคนดีกันทุกคน เพราะผมก็อายุมากแล้วก็ต้องฝากประเทศ

 ให้คนที่เป็นวัยรุ่นในขณะนี้ ถ้าวัยรุ่นวันนี้ทำตัวไม่ดีเสียแล้วประเทศของเราจะเป็น

 อย่างไร ขอให้ทุกคนเข้าใจที่ผมเขียนด้วยนะครับ เพราะวัยรุ่นทุกคนผมก็ไม่รู้จักสักคน

 แต่ผมอยากให้วัยรุ่นในสังคมของเราเป็นคนดีครับ จริงๆคนดีของสังคมเรามีมากที่สร้าง

 ชื่อเสียงให้ประเทศชาติ อย่างนี้สิทำไมไม่เรียนเป็นตัวอย่างกันแต่อย่างไรเสียวัยรุ่นทั้ง

 หลายไม่มีคำว่าสาย ที่เราจะทำตนให้เป็นคนดีได้ สังคมยินดีคนที่รู้จักคำว่าผิดแล้ว

 แก้ไข นี่คือสังคมไทยของเราอย่าลืมนะครับไม่มีคำว่าสายที่จะกลับตัวเป็นคนดี 

 และทำดี 

 

 

คนใจต่ำ

ผู้ทำลาย ย่ำยีสิ่งที่ไม่ควรกระทำ
 สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านนับเป็นเวลาเป็นเดือนที่ผมไม่ได้เขียนบทความมาให้ท่านได้อ่านกันที่เป็นเช่นนี้เพราะผมจัดรายการวิทยุจึงต้องคอยหาโฆษณามาลงในรายการวิทยุครับจึงไม่ได้เขียนแต่วันนี้นับว่าเป็นโอกาสดีของผม
ที่เข้ามาเขียนผมว่าจะเข้ามาเขียนหลายวันแล้วแต่นี่เพิ่งจะว่าง วันนี้ผมก็มาเขียนเรื่องย่ำยี ผมดูข่าวและอ่านข่าวแล้วผมสลดใจมากที่คนนับถือสาสนาพุทธแท้ๆทำไมถึงได้มีจิตใจต่ำช้ามากที่ไปขะโมยของวัดตามที่ผมเคยเขียนไว้แล้วแต่คราวนี้หนักหนาสาหัสมากที่ตัดได้แม้กระทั่งเศียรพระพุทธรูปพวกนี้เป็นมนุษย์หรือเปล่าไม่ทราบจะขะโมยอะไรก็ยังพอทำเนาแต่นี่ตัดเศียรพระไปขายทั้งๆที่สักวันหนึ่งก็ต้องเข้าวัดพึ่งพระแต่นี่ทำลายเสียก่อนแล้วน่าสงสารเขาผู้นั้นจริงๆ เหตุที่เป็นเช่นนี้ผมว่ามาจากการห่างวัดของคนไทยทุกวันนี้เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนถึงจะมีแต่ก็ไม่ถี่เหมือนคนสมัยนี้จะอ้างว่าเงินไม่มีไม่พอกินต้องขะโมยของไปขายแต่คิดไหมว่าได้ทำบาปอย่างมหันต์เข้าแล้วเพราะคนที่ขะโมยของวัดไปนั้นก็ต้องเคยอยู่วัดกินข้าววัดและบวชพระมาก่อนแต่เวรกรรมอะไรจึงทำให้เขาเป็นเช่นนั้นไปได้ ผมจะนำเรื่องเก่ามาเล่าให้ฟังสักสองเรื่อง

เรื่องแรกนะครับ เรื่องนี้เกิดมานานประมาณยี่สิบปีมาแล้ว เขามาขอยืมของพระเครื่องครัวทำบุญนั่นแหละเช่น จาน ชาม ช้อน หม้อ เตาและอีกหลายอย่างมากมายในวัดเขาบอกว่าเป็นงานใหญ่จึงยืมมาก และบอกบ้านเลขที่ และซอยชื่อเจ้าของบ้านได้ถูกต้องทางวัดจึงให้ไป พอถึงวันไปฉันเพลพระก็ไปที่บ้านหลังนั้นตามที่ได้นิมนต์ไว้ แต่เมื่อพระไปถึงบ้านหลังนั้นกลับเป็นอันว่าบ้านนั้นไม่ได้มีงานเลย พระจึงได้รู้ว่าโดนหลอกเสียแล้วก็กลับวัด แต่จะไปแจ้งความหรือเปล่าผมจำไม่ได้ แต่หลังจากวันนั้นให้หลังไปได้ประมาณสามเดือนทางวัดก็ได้ข่าวว่าขะโมยพวกนั้นที่มาหลอกพระเอาของวัดไปนั้นบางคนโดนรถชนตาย บางคนครอบครัวแตกแยกไม่ได้อยู่ด้วยกัน บางคนเป็นบ้าไปเลย นี่คือผลกรรมที่เขาได้สร้างไว้นี่คือเรื่งจริงที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง
เรื่องที่สอง เรื่องเกิดขึ้นเมื่อประมาณสองปีที่ผ่านมานี่เองครับผมเคยเล่าไปแล้วนะครับแต่วันนี้ผมขอมาเล่าใหม่เพราะบางท่านเพิ่งจะได้อ่านกันคือวัดนี้ก็มีกระถางธูปทองเหลืองวางไว้หน้า พระแม่กวนอิม ก็มีกระถางทองเหลืองใบใหญ่วางอยู่ หนึ่งใบวางมานานแล้วอยู่มา คืนหนึ่งเวลาประมาณตีหนึ่งน่าจะได้ ก็ได้มีขะโมยมากันสองคน เพื่อจะ ขะโมยกระถางธูปทองเหลืองใบนั้นแต่ในเวลาเดียวกันพระท่าได้ตื่นมาทันเสียก่อนจึงได้ช่วยกันวิ่งตามขะโมยไปแต่ขะโมยเอากระถางธูปไปไม่ได้พอดีพระท่านตื่นมาเสียก่อน พอขะโมยถูกพระช่วยกันไล่กวดในเวลาเดียวกันขะโมยมีเพื่อนที่เป็นขะโมยด้วยกันจอดรถแอบอยู่ที่กำแพงวัดในที่มืดพอเพื่อนถูกพระวิ่งไล่มาก็สตาร์ทรถออกกันไปทันทีและในขณะที่ขะโมยทั้งสองขับรถออกไปนั้นเขาได้หันมาตะโกนให้ของลับกับพระที่ไล่กวดเขาไป นี่เป็นอย่างนี้ครับตามที่ผมได้เล่าไปแล้วครั้งก่อนแต่ท่านผู้อ่านจะเชื่อไหมครับ พอผมได้มีโอกาสผ่านไปที่วัดนี้อีกครั้งก็ได้พูดคุยกับเจ้าอาวาสวัด ท่านก็เล่าให้ผมฟังว่า โยมจำได้ไหมที่อาตมาเคยเล่าให้ฟังเรื่องขะโมยมาขะโมยกระถางธูปแล้วเอาไปไม่ได้ ผมก็บอกว่าจำได้ครับเมื่อสองปีก่อน อาจารย์ท่านก็เล่าต่อไปว่าขะโมยทั้งสองนั้นนะมีอันเป็นไปแล้วทั้งสองคนคือคนหนึ่งถูกจับได้เรื่องขะโมยของและมีคดีติดตัวอีกหลายคดีและอีกคนหนึ่งอยู่ๆ ก็พูดจาเลอะเลือน นี่ขนาดยังไม่ได้เอาของวัดไปนะโยมผมก็ถามอาจารย์ต่อไปว่าอาจารย์ไปแช่งเขาหรือเปล่า อาจารย์บอกว่าอาตมาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เป็นกรรมของเขาเองที่มาขะโมยแม้กระทั้งของวัด นี่เรื่องจริงทั้งสองเรื่องและก็สามารถพิสูจน์ได้ผมเขียนมาจากคำบอกเล่าของวัดทั้งสองแห่ง นี่ขนาดยังไม่ขะโมยนะครับและคนที่เอาของวัดไปจริงๆจะทำอย่างไรครับท่าน เท่าที่ผมเป็นเด็กวัดมานะครับคนเฒ่าคนแก่และพระท่านก็บอกว่าของที่อยู่ในวัดทั้งหมดนี้ไม่ใช่ของอาตมาไม่ใช่ของพระรูปใดรูปหนึ่งแต่ของที่อยู่ในวัดทั้งหมดนี้ญาติโยมเขาทำบุญทำกุศลให้กับทางวัด เขาจบเขายกมือท่วมหัวแล้ว ฉะนั้นใครก็เอาของวัดไปใช้ส่วนตัวไม่ได้แต่ถ้ายืมไปใช้งานในแต่ละครั้งนั้นได้แต่จะยึดเป็นของตนเองไม่ได้ถ้าใครเอาไปจะมีอันเป็นไปในทางไม่ดีทุกคน นี่ครับเท่าที่ผมรู้มา แล้วถ้ามีใครนำของวัดมารู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เมื่อรู้แล้วกรุณานำไปคืนวัดนะครับ นี่ผมมีอีกเรื่องหนึ่งนะครับพอดีนึกขึ้นได้ผมเล่าเลยละกันเรื่องนี้ก็เกิดมาได้สิบกว่าปีแล้วครับ คนที่ผมรู้จักกันคนนี้เขารับราชการแต่เงินเดือนน้อยแต่เป็นคนชอบเข้าวัดเป็นประจำก็มีอยู่ครั้งหนึ่งทางวัดก็จะมีงานทอดผ้าป่าก็ได้รับซองผ้าป่าเพื่อจะช่วยทางวัด ผมก็เอาซองมาด้วยเหมือนกันต่างคนต่างแจกเสร็จแล้วก็เก็บซองผ้าป่านั้นไปส่งให้ทางวัดส่วนผมส่วให้เรียบร้อยแต่พี่คนที่ผมรู้จักนั้นช่วงนั้นพอดีเขาขัดสนเรื่องเงินมากจึงได้แกะซองผ้าป่าแล้วนำเงินนั้นไปใช้ส่วนตัวและในครอบครัว อยู่ต่อมาเขาไม่สบายเป็นประจำเงินเดือนก็ไม่ขึ้น ถูกหัวหน้างานเพ่งเล็งคือทำอะไรไม่ดีไปหมดผัวเมียไม่เคยทะเลาะกันก็ต้องมาทะเลาะอย่างนี้อยู่เป็นประจำพี่คนนี้ก็มาบ่นกับผมว่าทำไมครอบครัวของเขาถึงเป็นอย่างนี้ คือพี่คนนี้เขาสนิดกับผมมากพอเขามาปรึกษาผม ผมก็รู้แล้วว่าเป็นเพราะด้วยเหตุอะไร ผมก็เลยบอกเขาไปว่า พี่พี่ ถ้าผมพูดอะไรบางอย่างจะโกรธผมไหม พี่เขาบอกว่าบอกมาเถอะจะให้ทำอะไรถึงจะดีขึ้น ผมก็บอกว่าพี่ไม่โกรธแน่นะเขาพี่เขาก็ให้คำมั่นกับผม ผมจึงบอกไปว่า พี่จำได้ไหมมีอยู่ครั้งหนึ่งพี่นำซองผ้าป่ามาแจก พอเก็บซองผ้าป่าได้แล้ว พี่ไม่นำเงินไปคืนกับทางวัดพี่กลับนำเงินมาใช้เสียเอง เมื่อพี่เขาได้ฟังอย่างนี้พี่คนนี้เขาตกใจมากคือเขานึกไม่ถึงและลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แล้วพี่เขาก็บอกว่าถ้าจะจริงเพราะจำได้แล้วตั้งแต่นำเงินวัดตรงนั้นมาใช้ ใช่แล้วรู้สึกว่าครอบครัวและตัวเขาไม่มีความสุขเลย ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรพี่เพียงแต่ใจที่จะนำเงินไปคืนวัด พี่ก็ไม่เป็นอะไรแล้วเดี้ยวก็ดีเหมือนเดิม หลังจากวันนั้นพี่คนนี้ก็นำเงินจำนวนที่เอาไปแล้วเล่าให้หลวงพ่อฟังทั้งหมด หลวงพ่อบอกว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะเงินที่เขาทำบุญมานั้นเขาจบมาแล้วเพื่ออุทิศให้กับญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วและให้เจ้ากรรมนายเวรของเขาทีนี้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วและเจ้ากรรมนายเวรเขารอของเขาอยู่เขาไม่ได้รับเขาก็โกรธนะสิจึงมาทำให้ครอบครัวของเราเดือดร้อน แต่ไม่เป็นไรเราเดือดร้อนเลยเอาไปใช้แต่นี่โยมนึกขึ้นได้แล้วนำเงินจำนวนนั้นมาคืนก็จบไม่มีอะไรแล้วไปจุดธูปไหว้พระขอพรจากท่านจะได้ดีขึ้นนะโยมและหลังจากที่นำเงินคืนทางวัดไปแล้วพี่คนนี้ก็ดีขึ้นเมียที่เคยตกงานก็ได้งานทำลูกำที่เกเรก็หยุดเกเร นี่คือเรื่องคนที่ทำไม่ดีกับวัดผลมันจะเกิดขึ้นเองโดยที่ทางวัดหลวงพ่อ เจ้าอาวาสวัดท่านก็ไม่ได้โกรธเคืองหรือสาปแช่งมันเกิดขึ้นเอง เป็นไปได้อย่างไรผมก็ตอบไม่ได้ ฉะนั้นท่านทั้งหลายที่อ่านเรื่องของผมแล้วก็บอกต่อไปด้วยนะครับเพื่อจะได้เป็นกุศลกับตัวท่านเองด้วยเพราะคนทุกวันนี้ห่างวัดมากไม่รู้เลยว่าเวรกรรมเป็นอย่างไรผมขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าที่ผมเล่ามาให้ท่านได้อ่านนี้เป็นเรื่องจริง
สุดท้ายนี้ผมขอให้ทุกท่านจงมีความสุขมีศิลธรรมอยู่ในกายอยู่ในใจกันทุกคนนะครับ
สวัสดีครับ จากแก้วสาริกา
http://www.khewsarika.com                  sarikaradio@gmail.com 

 khewsarikaวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 

 

  

 สถานีวิทยุออนไลน์ แก้วสาริกา sarikaradio

 

สถานีวิทยุออนไลน์ บ้านทุ่งเรดิโอ Bhantung radio

   
1111111111111111111111111111111111111

 






 
Online:  1
Visits:  54,336
Today:  7
PageView/Month:  822